อะโห ดูเหมือนเอนทรี่ที่แล้วคนอยากรู้เรื่องราวภาคต่ออย่างล้นหลาม
คิดถูกแล้วแหละค่ะ เพราะเราโคตรอยากจะเล่าต่อเลยให้ตาย
พิมพ์เสร็จแล้วอัพแล้วรอบนึงแต่ไม่รู้เอกทีนเป็นอะไรเอนทรี่หายไปรอบด้วย เซ็งเป็ด
พิมพ์ใหม่อีกรอบก็ใช้คำไม่เหมือนเดิมแล้ว โอ้ยเซ็งเป๊ดดด
ดังนั้นรูปคอสก็ข้ามๆ มันไปก่อนละกัน
...อย่างที่ทิ้งท้ายเอาไว้ให้ได้อยากรู้กันในเอนทรี่ที่แล้วเกี่ยวกับศึกพระวันทรงชัย
......
สมรภูมิเลือดเดือดเกิดที่บ้านเราเวลาบ่ายโมงเศษๆหลังกลับจากวัดค่ะ
ไปทำบุญเสร็จก็มาทำบาปด้วยการบัลดาลโทสะต่อทันที.....
เรื่องมันมีงี้ค่ะ
เรากลับมากับป้าๆ เพราะพ่อเราไปพะเยาอย่างที่บอก และบ้านเรา แม่ เรา น้อง
ไม่มีใครขับรถยนต์เพราะโดนทักเอาไว้ว่าไม่ควรขับ จะโดนเจ้ากรรมนายเวรเล่น
(ของแบบนี้มีจริงรึเปล่าก็ไม่รู้ แต่เพื่อความสบายใจของคนแก่คนเฒ่า ก็ต้องเลี่ยงค่ะ)
^
นี่คือสาเหตุที่ทำให้อุริเป็นนักโบกรถประจำทางทีมชาติ นะคะ
(หรืออย่างดีหน่อยก็เป็นไอ้คุณหนู ที่เพื่อนๆชอบล้อว่าโตแม่งป่านนี้ก็ยังให้คุณชัยฯ
เอ้ย ป่ะป๊ามาส่งอีก)
เราเพิ่งมารู้ทีหลังว่า.... ไม่ใช่แค่ป้าๆที่แวะมาบ้านเรา
...
..
แต่แม่งทุกคนมารวมญาติกันต่อที่บ้านเราค่ะ หายนะชัดๆ
มากันทำไม ไม่ได้อยากให้มาเลยเฮ้ย กลับป๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
อีกหนึ่งปีแห่งความโชคร้าย ราวกับว่าได้ไปทำกระจกของพระมารดาแตก....
ห้องนอนน้อยๆอันแสนสงบสุขของเราก็มีป้าๆ น้าๆ อาๆ
มานอนกลิ้งกันให้เต็มพื้นห้องไปหมด...
ว่าแต่.....ทำไมต้องห้องเรา
นั่นสิ...
เพราะมันเหลือที่ที่เย็นๆอยู่ที่เดียวไงล่ะ
ห้องเราเป็นห้องเดียวในบ้านที่เปิดแอร์ 24ชั่วโมง (ได้ยินกันชัดแจ้ง ? )
มีคอมสองเครื่องที่เปิด 24ชั่วโมงอยู่ในนั้น แอร์เลยต้อง 24 ชั่วโมงตามไปด้วย
แม้ว่าเจ้าของบ้านไม่อยู่ ก็ตาม ถ้าคอมเปิดแอร์มันก็ต้องเปิด เพราะห้องเราแดดส่อง
ถ้าไม่เปิดเดี๋ยวคอมระเบิด (ก้าก)ๆ
ค่าไฟใครจ่าย ..... คำตอบคือม่ะม้า
แต่ก็เอาวะ ค่าไฟห้องเรามันก็ถูกกว่าค่าไฟตู้เย็นแม่ก็แล้วกัน
(อยากรู้มั้ยบ้านเรามีตู้เย็นกี่ตู้ หึหึหึ)
กร้ากกกกกกกกกกก
พอก่อนๆๆๆ ก่อนที่จะนอกเรื่องออกไปไกลมากกว่านี้
สรุปว่าทุกคนก็มากลิ้งกันในห้องเรา ที่แสนคับแคบ.... บ้านเราหลังปัจจุบันนี้กรุณา
ทำใจว่ามันเป็น...สาขาย่อยของโรงสีที่อยู่เป็นเพื่อนบ้านกับโรงสีของอารี่ และ
อยู่กัน 4 คน ครอบครัวเล็กๆ ดังนั้นจะสร้างให้ใหญ่โตไปเพื่อ ?
ไม่จำเป็นใช่ปะ แค่ซุกหัวนอนได้ก็จบ
ไม่หรูหรา ไม่อะไรทั้งนั้น
...และทุกวันนี้แม่งยิ่งแคบขึ้น เพราะโดนแมวกว่า 20ตัวยึด
เป็นก้อนขนฟูๆ แบบคัลปิ้นเต็มบ้านอะ นึกภาพพพพพพพพพพพพพ
แต่วันนี้แทนที่ก้อนขนฟูๆ มันจะกลิ้งในห้องเรา
ก็เป็นป้าๆ น้าๆ เป็นก้อนกลมๆ(อ้วนๆ ) มากลิ้งกันแทน
(จุ๊ๆ นินทาได้ เค้าไม่มาอ่านบล็อกเราหรอกกร้าก)
.
.
เข้าเรื่องได้ซักที...
ห้องเราไม่ได้เก็บ.........
วินาทีแรกที่เค้ากรูกันเข้าห้องเรา เราแทบจะไล่เค้าออกไปก่อนไม่ทัน
อ้างใหญ่เลยว่ายังไมได้เก็บของ เค้าก็บอกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวป้า / น้าจะช่วยเก็บให้
บ้าเร้ออออออ ให้มาช่วยเก็บให้นี่สงสัยบ้านกูกลายเป็นศาลเตี้ยแน่ๆ
ก็อะไรมันอยู่ในห้องเรามั่งล่ะ
โดปุริ NC17 คอมิกอ.ฮารุกะ มินามิ บลาๆๆๆๆ ออกแนวผู้ใหญ่เปิดแล้วชอคสิ้นสติ
แต่เราก็วางเรี่ยราดไว้เต็มห้องนะ เหมือนแม่เราจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นไปแล้ว
ซึ่งเราว่าจริงๆเค้าก็คงมาเห็น มาเก็บไปเปิดดูบ้างอยู่เนืองๆล่ะ
จริงๆแล้วเมื่อก่อนเราก็เคยโดนแม่เรียกไปจวกเรื่องนี้อะ แต่ว่าเราก็ทำหน้าตายมาก
ประมาณว่าอ่านแล้วทำไม อ่านแล้วจะฉุดใครไปทำมิดีมิร้ายเร้อะ...
จากนั้นแม่ก็ไม่ว่าอะไรอีกเพราะเราไม่สะทกสะท้าน
แต่ก็คิดว่าถึงเค้าไม่ว่าอะไร เราว่าเค้ารู้อะ เค้าก็คงจะ フフフ แบบยุกกี้สินะ
แต่ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่น่ะแม่ฉัน...
สุดท้ายเราก็อ้างไปว่า
ในห้องเรามีซากปีเตอร์ที่เราเหยียบเละไว้อยู่ยังไม่ได้เก็บ
ถ้าป้าๆน้าๆจะเข้าไปช่วยเก็บก็ตามสบายค่ะ
..... ป้าๆน้าๆก็ถอยกันแต่โดยดี โดยหารู้ไม่ว่าไอ้ปีเตอร์ที่ว่ามันไม่ใช่แมลงสาบ
จริงๆแล้วปีเตอร์ที่ว่ามันคือโดซานาดะยูคิมุระ NC17 ต่างหากเล่ากร้ากกก
รอดมาได้เพราะปีเตอร์ .... นายคือผู้ช่วยชีวิต
จากนี้อุริจะบูชาเทพเจ้าแมลงสาบเลยคอยดู๊
หลังจากจัดการเก็บของอันตรายและโยนทุกอย่างเข้าตู้ซ่อนบาปไปเรียบร้อยแล้ว
เราก็ปล่อยให้ป้าๆ น้าๆ มานอนกลิ้งในห้องเราเป็นก้อนกลมๆ
โดยแอบคิดเคืองๆอยู่นิดๆ โอยยย จะมากันทำม๊ายยยยยยยยยยยยย
กลับไปช๊า~~~~~~~~~~
ชั้นจะดู Renai ที่ดูค้างเอาไว้ซะหน่อยโธ่ โทโม๊ ~~~!!!!
โวยวายไปก็เท่านั้นก็จำใจต้องหาอะไรมาดูแก้ขัด
แล้วเราก็เลือก tokyo ghost trip ตอนสองขึ้นมาดูอีกรอบ เพื่อเชคความเข้าใจไปด้วย
แต่ซักพัก น้าคนเดิมก็เดินเข้ามาด้านหลัง
น้า " ดูอะไรอยู่ "
เรา " ดราม่าเรื่องใหม่ที่กำลังออนแอร์ที่ญี่ปุ่นค่ะ"
หลังจากนั้นน้าพูดประมาณว่า เหมือนว่าละครญี่ปุ่นไม่ดังในไทยแล้ว
เพราะว่าไม่มีคนดูก็เลยไม่ค่อยมีมาฉาย สู้เกาหลีก็ไม่ได้บลาๆ
น้า " แล้วไม่ดูละครเกาหลีบ้างเหรอ หนูน่ะ"
เรา " เลิกดูทีวีไปตั้งแต่ ม.3 แน่ะค่ะ ตอนนี้ทีวีที่ห้องมีไว้เล่นเกม"
น้า " แล้วเล่นเกมอะไร"
เรา " ปรินซ์ออฟเทนนิสค่ะ"
น้า " ปรินซ์ออฟเทนนิสคืออะไร เกมประมาณไหนเหรอ"
คิดในใจ
ให้เวลากูซัก 28วันมั้ยคะ จะแม่งเล่าให้ฟังตั้งแต่อีเรียวมะมันเป็นลูกเต้าเหล่าใคร
มันย้ายมาเข้าเซชุนทำไม มันทำอะไรมั่ง จนมันไล่เปิดประตูไปกี่บาน
เลยดีมั้ยคะ หือ หือ หือ หืออออออออออออออออออออ
เรา " ก็ เป็นเกมราวๆ สร้างความสัมพันธ์กับตัวละครในเกมน่ะค่ะ
ยากหน่อยตรงที่เป็นภาษาญี่ปุ่น"
น้า " เกมประมาณจีบๆ ว่างั้น "
เรา " ค่ะ....ประมาณนั้น"
น้า " แล้วรู้เรื่องเหรอภาษาญี่ปุ่น"
เรา "รู้เรื่องค่ะ เพราะมันไม่ใช่ภาษาเกาหลี"
ว๊อยยยยยยยยยยยย เราไมได้แอนตี้เกาหลีนะ แต่ไม่ไหวแล้วแอบอยากกัด !!
นึกอยากจะตีท้ายครัวกิมจิก็วันนี้ โอ้ยยย ขอโทษนะคะแฟนๆเกาหลีทุกคน
ขออภัยจริงๆค่ะ แต่แค่กับเคสนี้เท่านั้น
ไม่จบแค่นั้น
อุริเริ่มคิดว่าตัวเองทำพลาดไปบางอย่าง
ประการแรกคือ เพิ่งซื้อกระดานไม้คอร์กขนาด 1เมตรคูณ 80เซนมาตั้งที่โต๊ะทำงาน
และก็คือ ทุกตารางนิ้วอะเราแปะรูปคุณเร็นลงไปเต็มอัตราศึก......
บ่งบอกถึงความคุ้มคลั่งอันอัประมาณมิได้ด้วยตัวเลขทางคณิตศาตร์
ของเจ้าของที่ซื้อมันมาตั้งตระหง่านราวกับว่าถ้าไม่เห็นหน้ายางามิเร็นจะขาดใจตาย
ไหนจะโฟโต้บุคอีกสามเล่มที่วางไว้บนโต๊ะทำงานอีก เมือคืนก่อนนอนเพิ่งเปิดดูไป
ประมาณว่าอยากจะฝันถึงเธอสุดฤทธิ์ คนเราแม่งมันบ้า
เลยทำให้เกิดทอปิกขึ้น
น้า " ชอบดาราคนนี้เหรอ "
คิดในใจ
ถามทำไมวะ ถ้ากูไม่ชอบแล้วกูจะเอารูปเค้ามาแปะซะเต็มห้องขนาดนี้เร้อ
ประมาณว่ามีที่ว่างที่ไหนกูเป็นแปะ ...โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยย เกรียนจริง
เรา " ค่ะ ชอบมาก "
น้า " หน้าตาก็ดีนะ แต่น้าว่ายังไม่หล่อ "
คิดในใจ
...เออค่ะ คุณเร็นไม่หล่อ แต่กูชอบของกู .....เข้าใจมั้ยคะ
เรา " แล้วแบบไหนที่คิดว่าหล่อล่ะคะ "
น้า " ก็แบบพวกหนุ่มๆเกาหลี"
คิดในใจ
งั้นไอ้หนุ่มกิมจิตกงานที่เดินคอตกตุป๊อยๆ อยู่กลางประเทศเกาหลีแม่งก็หล่อทุกคนใช่มั้ย
ให้มันได้อย่างนี้สิวะอกอีแป้นจะแตก
จากนั้นคุณน้าก็เริ่มมือบอนโดยการไปหยิบโฟโต้บุคมาเปิดดู
เอาล่ะ ต่อจากกู้มคัมเล่ม 4 อะไรจะโดนต่อไป...
และ
และ และ...เล่มที่เปิดก็คือ
โฟโต้บุคของเพียวบอยส์ค่ะ คุณน้าเปิดไปหน้าท้ายๆที่เป็นโซนของคุณเร็น
" โอ๊ะ นี่มันอีตานั่นนี่นา "
คิดในใจ
น้าเรียกใครว่าอีตานั่นคะ
น้า " ดาราญี่ปุ่นเนี่ย ทำไมไม่หัดทำแบบดาราเกาหลีมั่งนะ คงจะมีคนชอบอีกเยอะ
แล้วหนูไม่คิดจะมากรี้ดเกาหลีกับน้ามั่งเหรอจ๊ะ"
เรา " ไม่เห็นจำเป็นเลยนี่คะ ดาราน่ะ ....ถ้าเป็นตัวของตัวเองไม่ว่าเชื้อชาติไหน เค้าก็
จะต้องมีกลุ่มคนที่ชื่นชมเค้านี่คะ...สำหรับหนูๆชอบญี่ปุ่นมาแต่เด็ก ส่วนเกาหลีนี่
ไม่ได้เกลียดค่ะ แต่ว่าคงไม่มีทางชอบ "
น้าเค้าทำหน้าเหมือนเสียดาย
ก็แล้วทำไมวะ....
ต่อจากนั้น....
ที่ทำให้เราระเบิดลงค่ะ
(อา เขียนเล่าได้ไม่เหมือนกับที่พิมพ์ครั้งแรกจริงๆด้วย)
น้าหยิบเล่มต่อไปขึ้นมาค่ะ มือชี้ไปที่คุณเร็น....
อารีนาสเปเชียลเล่มเดือน 11 ปี 2007 ปกเพียวบอยส์
รูปนี้เลยค่ะ
น้า " พวกดาราชายญี่ปุ่นเนี่ย ดูซิกันคิ้วกันเหมือนกระเทยหลุดมาจากที่ไหนก็ไม่รู้เนี่ย
แล้วดูซิ ทำไมถึงแต่งตัวแปลกๆนะ ดูตุ๊ดมากเลยเนอะเสื้อคอลึกๆเนี่ย "
เรา...
พูดไม่ออกแล้วแหละค่ะ
ได้แต่เงียบไป ซักพักหนึ่ง ถึงพูดตอบว่า
" ถึงเค้าจะแต่งตัวยังไง เราก็ชอบเค้า ทั้งที่เป็นตัวเค้า ความสามารถเค้า
บุคลิกเค้า ทุกอย่าง เพราะว่าชื่นชม ถึงได้ชอบมาได้ถึงทุกวันนี้
ไม่เกี่ยวกับว่าเค้าจะแต่งตัวยังไง ใส่เสื้อผ้าประมาณไหน หรือแต่งหน้ายังไง"
ผึง ....
(เสียงอะไรบางอย่างขาด)
โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
ไม่ไหวแล้ววววววววววววววววววววววววววววววววววววว
ผู้ชายญี่ปุ่นมันไปกันคิ้วกันบนหัวพ่อน้ารึไงโว้ยยยยยยยย
แล้วอีเสื้อคอลึกนี่มันทำไมวะ
คุณเร็นเค้าไปใส่เสื้อตัวนี้ถ่ายแบบบนหัวพ่อน้ารึไง
โว้ยยยยยยยยยยย โมโหว
ตอนนั้นเราพูดจบแล้วรีบลงไปล่างบ้านเลยแหละค่ะ
เข้าครัวไป พร้อมเสียงเพล้งๆๆๆ
คือ เราไปขว้างแจกันกับแก้วน้ำกระแทกพื้นมาค่ะ....
ลงกะคนไมได้เพราะอาวุโสกว่า แถมไม่ดี เราก็เลยไปลงกะของ
(ซึ่งมันก็ไม่ดีอยู่ดีแหละค่ะอย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่าง)
....
เดินกลับขึ้นมาบนห้อง น้าคนเดิมก็ถามว่าอะไรแตก
คิดในใจ
ขอบคุณซะที่เป็นแค่แจกัน ไม่ใช่หัวของน้าเอง หึหึ
เราทำหน้าตาย เหมือนไม่สะท้านอะไร แต่จริงๆโกรดมาก มากที่สุด
เพิ่งเคยรู้ว่าโกรธจนหน้าเขียวมันเป็นแบบนี้นี่เอง
ไอ้สำนวนที่ว่า turn green ของฝรั่งเค้าน่ะ มารู้มาเข้าใจก็วันนี้
เป็นอันว่าจบเคสค่ะ
ราวกับว่านี่เป็นซีรีย์เลยนะ
ขุนศึกตระกูลมิว ตอน ...พิทักษ์ยางามิเร็น... อะไรประมาณนี้
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
ไม่ควรดูถูกความชอบของคนอื่น
ไม่ควรแสดงทัศนคติด้านลบกับสิ่งที่คนอื่นชอบโดยตรง
ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม... เพราะมันจะทำให้หมางใจกัน
ไม่ชอบก็ไม่ต้องพูด เงียบๆ ไปซะมันไม่ตายหรอก....
แต่คนเรามันก็มีอะไรชอบและไม่ชอบกันได้ ...ก็ถ้าไม่ชอบให้ทำแบบนี้
เช่น อุริไม่ชอบนักร้องวง *ปี้บบบบบบบบบบบ* (เซนเซอร์)
อุริจะไม่ด่า ปี้บบบ ให้ใครฟัง
ไม่โพสว่าเกลียดปี๊บบบบ ขนาดไหนลงบล็อก
ไม่ก่นด่า ปี้บบบบ ในที่สาธารณะ
แต่อุริจะดำเนินเข้าไปในห้องน้ำ ณ. ที่โอ่งมังกรตั้งตระหง่านอยู่
เปิดฝาโอ่ง ชะโงกลงไปแล้วด่าแม่งเลย
"ไอ้เชี่ยปี้บบบบบบบบ คิดว่ามึงหล่อนึกรึไงวะ เหม็นหน้าเว้ยยย"
*ปิดฝาโอ่ง*
จบพิธี สบายใจ แฮ่ ไม่ต้องหมางใจกะใครด้วย
ยกเว้นโอ่งจะกระซิบว่า " เฮ้ย อีหนู พี่เป็นสาวกปี้บบบบบบบบ"
ถ้าโอ่งพูดได้ขนาดนั้น ก็คงหัวโกร๋นกันไปข้างนึงทีเดียว
ขอบคุณที่อ่านกันจนจบคร้าบ
สนุกมั้ยยยย
แต่เราคิดว่ารอบแรกที่เราเขียนมันมันส์กว่านี้อะ
เซ้งงงง บล็อกเป็นอะไรไม่รู้ อัพแล้วหายไปเฉย แย่....
บล้อกหนูเปนอะไร๊
(อะ... แต่สมมตินะฮะ)
แย่จริงๆนะฮะ เป็นผู้ใหญ่แล้วแต่กลับ..