ยาวมาก ถึงมาก ถึงมากกกกที่สุด อุริไม่เคยลงฟิคตูมตอนเดียวจบแบบยาวขนาดนี้มาก่อน
เริ่มเขียนตอนสี่ทุ่ม เสร็จตอนตีสอง.....
ดังนั้นกรุณาอ่านอย่างไม่ประมาท นะคะ
กรุณาอย่าเหงาหลับแบบจิโร่ระหว่างการอ่านฟิค เพราะจะทำให้ท่านมึนงง สับสน
กรุณาอย่ากระโดดเตะคนแต่งเพราะรังแกตัวละครที่ท่านรัก
หากเราไม่ผูกปม ใยเมื่อคลายปมแล้วมันจะแฮปปี้เอนดิ้งได้
ไอเดียมันกระฉุด เพราะฟีลตอนฟังเพลงของ misia แท้ๆเชียว
ย้ำว่าฟีลเฉยๆ......เพราะ เนื้อเพลงอุริแปลไม่ออกค่ะ 555
เพลงนี้จริงๆแล้วจิ้นไว้ว่าเป็นเพลงตอนทุกอย่างจบแฮปปี้นะ *-*
อารมณ์ว่าเป็นเพลงเอนดิ้งของเรื่องนี้เลยทีเดียว ก้าก ในความคิดเรานะ
คนอื่นคิดยังไงเนี่ยก็บอกกันมั่งนะ ฮ่าๆๆ อาจเพราะว่าตอนนี้อุริคลั่ง misiaล่ะ
ฟังเพลง everything ที่มันดังสมัยเรายังเอ๊าะๆ แล้วอดโหลดซิงเกิ้ลอื่น
มาฟังไม่ได้ พอโหลดมาเยอะๆเข้าก็ถึงกะคลั่งไปเลย ก้าก
อ้อ !!!
ถ้าไม่ใช้ไออีเปิด มันจะไม่เล่นเพลงนะคะ ใครไม่ได้ใช้ก็จิ้มโหลดไปละกันค่ะ
http://rabbituriel.hp.infoseek.co.jp/blog/missing_autumn.wma
ถ้าอ่านไปฟังไปไม่รู้เรื่องก็กดหยุดไว้ก่อนนะคะ อ่านจบแล้วค่อยมาฟังก็ด้ายยย
Missing Autumn
Misia - EIGHth WORLD
ไม่บ่นมากแล้ว
.
.
.
คำเตือน.... ใครไม่ชอบแนว(วายๆ)นี้ก็ปิดซะเถิดนะคะ *-* /
Tenipuri Fanfic
Missing Autumn
Ohtori x Shishido
บ่ายแก่ๆของวันจันทร์ของฤดูใบไม้ร่วงที่แสนจะน่าเบื่อ ในห้องเรียนของชั้นปี
สองห้อง C เสียงคุยกันจอแจของนักเรียนดังขึ้นเรื่อยๆเมื่อใกล้หมดชั่วโมง.....
อาจารย์ที่สอนอยู่หน้าห้องดูจะไม่ค่อยพอใจนัก แต่เมื่อเห็นสภาพในห้องเรียนซึ่ง
ไม่มีใครตั้งใจอีกต่อไปแล้ว ก็จำต้องปล่อยให้ห้องเรียนเลิกก่อนเวลาอย่างช่วยไม่ได้
" โอโทริคุง..... เย็นนี้เธอว่างรึเปล่าจ๊ะ "
เด็กผู้หญิงที่นั่งอยู่ด้านหน้าเขาหันมาถาม.... ไม่นานนักเพื่อนๆของเธอก็พากันเข้ามารุมล้อมเขาไว้ทั้งหน้าและหลัง
" พวกเราอยากให้เธอไปด้วยกัน จะได้มั้ยจ๊ะ .....วันนี้เป็นวันเกิดของเอริจังเค้าน่ะ "
เด็กสาวคนที่มัดผมทรงหางม้าชี้ไปทางเด็กผู้หญิงท่าทางขี้อายคนหนึ่งที่ยืนอยู่นอกวงสนทนา...
" เอ่อ....."
เวลานี้ โอโทริ โจทาโร่ ไม่รู้ว่าควรจะต้องทำยังไงดี.....
เขาไม่เคยตกอยู่ในวงล้อมของสาวๆแบบนี้มาก่อน...
อีกอย่างหนึ่ง...คนใจดีแบบเขา ก็ไม่อยากปฎิเสธให้ใครเสียใจ
" เอ่อ....ถ้าไม่กลับค่ำมาก ก็คงไปได้มั้งครับ " เขาตอบไปอย่างสุภาพ
พวกผู้หญิงกรี้ดกร๊าดดีใจกันยกใหญ่กับคำตอบตกลงของเด็กหนุ่มสูงโปร่งหน้าตาดี
แห่งชมรมเทนนิสเฮียวเทคนนี้... โอโทริลุกขึ้นเก็บของจากใต้โต๊ะใส่ลงในกระเป๋า
ก่อนที่จะเดินออกจากห้องเรียนไปพร้อมๆกับกลุ่มผู้หญิงที่ส่งเสียงกรี้ดกร๊าดไปจนตลอดทาง
แต่ว่าวันนี้มีซ้อมชมรม.....
นี่คือสิ่งที่เขานึกได้เมื่อมันสายไปแล้ว.....
เด็กหนุ่มจำต้องเดินก้มหน้าเพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกต ทว่ามันจะมีประโยชน์อะไร
ในเมื่อเขาถูกรายล้อมไปด้วยกลุ่มสาวๆที่ส่งเสียงกรี้ดกร๊าดไปสุดทาง
ซึ่งทำให้ตกเป็นจุดสนใจของคนอื่นทั่วไปอย่างง่ายดาย
คิดแล้วก็ได้แต่ทำใจ.....ว่าพรุ่งนี้เข้าชมรมต้องโดนกัปตันอาโตเบะดุเอาอย่างแน่นอน...
แต่เรื่องนั้นก็ยังไม่สำคัญเท่า.....เรื่องของใครบางคนที่ทำให้ต้องว้าวุ่น
เพียงเพราะการตัดสินใจพลาดแค่ชั่ววูบได้เท่านี้
ชิชิโดะซัง....จะโกรธมากมั้ยนะ...
" อ...เอ่อ...คือว่า...."
เสียงเสียงหนึ่งเรียกให้เขาต้องสะดุ้งจากอาการใจลอย..... เด็กผู้หญิงคนนั้น
นี่เองที่เป็นเจ้าของวันเกิด
" อ...เอ้อ...มีอะไรหรือครับ "
" ก็...โอโทริคุง....ดูไม่สดชื่นเลย.... จริงๆพวกยูกะจังไม่น่าฝืนใจเรียกเธอมาเลย
...เพราะแค่วันเกิดฉันแท้ๆ......มันคงไม่สำคัญหรอกค่ะ"
" ม... ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก " โอโทริพยายามพูดไม่ให้เด็กสาวต้องรู้สึกแย่
ทว่าในใจเขาคิดอะไรอยู่ ตัวเขาย่อมรู้อยู่แก่ใจ
โอโทริ โจทาโร่ ไม่ใช่คนที่เก็บความรู้สึกไว้ภายใต้สีหน้าอันเรียบเฉยได้.....
เพราะว่าเขาเป็นคนจริงใจ คิดอะไรก็แสดงออกมาทางสีหน้าหมด
เด็กผู้หญิงที่ชื่อเอรินะยิ้มแห้งๆ
" แต่ตอนนี้สีหน้าโอโทริคุงเหมือนกำลังเป็นกังวลอะไรซักอย่างนี่คะ.....หรือว่าจะเป็นเรื่องชมรม"
" เอ่อ..... ก็นิดหน่อยครับ...พอดีผมไม่ได้บอกกัปตันอาโตเบะก่อน" โอโทริยิ้มน้อยๆ
" แต่ว่า....ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรหรอกครับ พรุ่งนี้ค่อยไปอธิบายคงจะไม่โดน
ว่าอะไรมาก แต่วันนี้วันเกิดของเธอก็เป็นวันสำคัญนี่นะ "
" โอโทริคุงนี่ใจดีจังเลยนะคะ ..... แต่ก็กับทุกคนสินะ"
ประโยคหลังที่เธอพูดนั้นเบาลง แล้วเธอก็ยิ้มเศร้าๆ
แต่คำพูดของเอรินะทำให้โอโทริถึงกับเก็บเอาไปคิด.....
...ที่ว่าเขาใจดีกับทุกคน...... นั้นหมายความว่า
กับชิชิโดะซัง.....เขาก็ใจดีเพราะเหตุผลเดียวกันนั้นด้วยรึเปล่า
.
.
ร้านไอศกรีมเล็กๆที่หน้าสถานีรถไฟ ครึกครื้นไปด้วยเสียงหัวเราะของกลุ่มสาวๆ
ที่มาฉลองวันเกิดให้กับเพื่อนตัวเอง ในขณะที่เด็กสาวเจ้าของวันเกิดกับนั่งเงียบๆ
และเหม่อมองออกไปทางนอกหน้าต่างด้วยความเขินอาย
เป็นธรรมดาที่ใครๆมองก็ต้องดูออกว่าเธอนั้นแอบชอบใครอยู่
หากแต่ว่าเจ้าตัวที่ถูกชอบไม่ได้รู้ตัวเลยแม้แต่นิดเดียว ซึ่งนั่นก็ไม่แปลก
สำหรับเด็กผู้ชายปี 2 ที่แสนจะซื่อๆ เซื่องๆ แบบลูกหมาอย่างโอโทริ
" ทานน้อยจังนะครับ ...." โอโทริพยายามหาเรื่องชวนคุยเพื่อทำลายความเงียบ
ที่ดูเหมือนว่าจะอึดอัด ตามนิสัยเขาที่ไม่อยากจะเห็นใครมานั่งหดหู่
" เหรอคะ...." เด็กสาวตอบทั้งๆที่ยังหลบตาเขาอยู่
" เอริจังทานน้อย....โอโทริคุงก็ป้อนให้เธอสิคะ จริงมั้ยพวกเรา"
" ...ใช่ๆๆๆ ป้อนเลย ป้อนเลย..."
เสียงกองเชียร์ดังสนั่นร้าน.... พวกผู้หญิงทั้งตบมือทั้งส่งเสียงเชียร์.....
จนสุดท้ายโอโทริก็ถูกแรงยุให้ต้องตักไอศกรีมคำเล็กๆยื่นไปป้อนให้กับเด็กสาว
ที่นั่งอยู่ตรงข้ามเขา...เธอดูเหมือนจะตกใจมากที่เขาลงทุนทำถึงขนาดนี้
" กินเลยเอริจัง อ้ามมมมมมมมม " เพื่อนๆของเธอส่งเสียงเชียร์กันยกใหญ่...
เด็กสาวที่ทั้งตกใจทั้งเขินอาย ไม่รู้จะทำตัวอย่างไร ได้แต่นั่งอึ้ง จนสุดท้าย.....
เมื่อโอโทริยิ้มให้เธอนิดๆ เธอก็ยอมทานไอศกรีมที่เขาป้อนให้แต่โดยดี
พร้อมๆกับเสียงตบมือแสดงความดีใจของกลุ่มเพื่อนๆ
เสียงหัวเราะคิกคักของกลุ่มสาวๆนั้นดังมากจนแทบทำให้ร้านระเบิดได้ทีเดียวเชียว....
.
.
.
เป็นเวลาอีกกว่าหลายชั่วโมง กว่าที่โอโทริจะปลีกตัวออกมาจากกลุ่มเพื่อนผู้หญิง
ร่วมชั้นเรียนได้...อะไรซักอย่างที่ทำให้ใจว้าวุ่นสั่งให้เขารีบตรงกลับบ้านทันที.....
ระหว่างนั้น ควรจะโทรหาชิชิโดะซังด้วย...คิดแล้วก็รีบสาวเท้าเดิน....
ไปยังสถานีรถไฟ..... และเมื่อจะเดินผ่านประตูเข้าไปรอรถไฟที่ชานชะลา
ใครบางคนก็ได้ยืนรอเขาอยู่ที่เดิม......
"...ช...ชิชิโดะซัง..."
รุ่นพี่หนุ่มหันมาตามเสียงเรียก.......ทว่าสีหน้านั้นกลับดูเฉยชา...
ไม่มีแม้แต่เสียงตอบรับคำที่เขาเรียก......
ไม่มีแม้แต่คำพูดใดๆหลุดจากปากของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นคนรักของเขา
"...วันนี้.. เรื่องที่ไม่ได้ไปชมรม.....ผม...ขอโทษ...."
" ไม่ใช่เรื่องนั้นซักนิด" รุ่นพี่หนุ่มตอบกลับด้วยน้ำเสียงไร้ชีวิต
แววตาเศร้าๆมองไปยังสีหน้าเป็นกังวลของเจ้ารุ่นน้อง
หากแต่ว่ายังใจแข็ง...... เขาหันหลังให้กับโอโทริ ก่อนจะเริ่มเดินออกจากที่ๆยืนอยู่
" อย่าเพิ่งไปสิครับ.......ผมทำอะไรให้ชิชิโดะซังโกรธงั้นเหรอ.."
"....นายก็รู้นี่นา ถามทำไม โจทาโร่......"
รถไฟเทียบชานละชา พร้อมๆกับรุ่นพี่ที่รักของเขาที่รีบเดินขึ้นไปอย่างไม่ให้
เขาตามมาได้ทัน.... ยิ่งโดนฝูงชนเบียดเสียด ยิ่งทำให้คลาดกัน...
จนแล้วจนรอด ก็ไม่ได้พูดหรืออธิบายอะไรอีก...
แม้จะโทรไป.....ก็ไม่มีวี่แววว่าชิชิโดะจะรับสายเลยแม้แต่น้อย...
กระนั้น เขาก็ยังกระหน่ำกดโทรออกอย่างเป็นกังวล......หากจะเปรียบเทียบ
ความรู้สึกตอนนี้ ก็คงเรียกได้ว่าอกจะแตกตายอยู่รอมร่อแล้ว...
.
.
.
รถไฟแล่นออกจากชานชะลา รุ่นพี่หนุ่มก้มมองโทรศัพท์มือถือในมือ
หน้าจอขึ้นว่ามีสายเรียกเข้าเป็นเบอร์ของคนที่เขาเพิ่งจะทิ้งมาเมื่อครู่
ทว่าก็ไม่คิดจะกดรับ..... สุดท้ายก็เก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า...
และผล็อยหลับไปเพราะว่าจิตใจอ่อนล้า...
..
ฝ่ายโอโทริเองก็คงไม่แพ้กัน....เมื่ออีกฝ่ายไม่คิดจะรับโทรศัพท์
สิ่งที่หัวใจอันว้าวุ่นสั่งให้เขาทำก็มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น......
ก็คือ.....ตามไปหาถึงที่บ้าน...
ชิชิโดะกลับเข้าบ้านด้วยสภาพที่เบลอๆและเหนื่อยล้าเต็มทน.....
ไม่มีคำทักทายใดๆถึงสมาชิกในบ้าน ทำเอาทุกคนงงกันไปหมด
เขาเดินขึ้นไปบนห้องอย่างคนไร้ชีวิต...ข้าวของทุกอย่างถูกโยนไว้กับพื้น
ก่อนที่จะล้มตัวลงนอนบนเตียงอย่างเหนื่อยอ่อน
ไม่นานนัก ...เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นพร้อมๆกับพี่ชายที่เปิดเข้ามา
" นี่....เรียว.....รุ่นน้องของนายมาหาแน่ะ "
" บอกให้เขากลับไปเถอะ" ชิชิโดะตอบด้วยเสียงอู้อี้อันเกิดจากการกดหน้าลงกับหมอน
" จะไม่ไปคุยอะไรซักหน่อยเลยเหรอ.....ดูท่าทางพวกนายสองคนจะต้องมีเรื่องกันมาไม่ใช่รึไง "
" ....ช่างผมสิ.... พี่ไปบอกให้เขากลับไปเถอะ ผมไม่อยากเจอหน้าเขา "
" เฮ้อ.....ไอ้น้องคนนี้นี่..... ไม่เท่ห์เอาซะเลย "
ประตูห้องปิดลง...ทุกอย่างกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง....... พี่คงจะไปบอกให้
โจทาโร่กลับไปแล้วสินะ.... ชิชิโดะคิดดังนั้นจึงได้หลับไปอย่างเหนื่อยอ่อน.....
หากแต่เพราะจิตใจยังไม่สงบ....ทำให้ไม่สามารถนอนหลับได้อย่างสนิท...
สุดท้ายแล้วเขาก็สะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึก.... เสียงฝนตกกระทบหลังคาดังสนั่นเสีย
จนไม่อาจข่มใจให้หลับได้อีก...ฤดูใบไม้ร่วงแบบนี้....ทำไมถึงมีพายุฝนได้นะ....
ชิชิโดะมองไปรอบๆตัว แสงฟ้าแลบลอดเข้ามาทางหน้าต่างตามมาด้วยเสียงฟ้าผ่า
ดังสนั่นหวั่นไหว พลันความคิดในตอนนั้นก็สั่งให้ลุกพรวดขึ้นไปที่ระเบียงห้องทันที....
......
เจ้าลูกหมายังยืนรอเจ้าของอยู่ที่เดิม.....
ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้.....
นายกำลังทำให้ชั้นใจอ่อน.....
บ้าเอ๊ย....
" ชิชิโดะซังครับ.....ผม.....ขอโท...."
โอโทริไม่ทันพูดจบก็ทรุดล้มลงด้วยคงโดนพิษไข้เล่นงานเข้าให้เนื่อง
จากเขายืนตากฝนมาไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมงแล้ว...
เวลานี้ชิชิโดะไม่คิดพะวงหน้าพะวงหลังอีกแล้ว.....
ด้วยความเป็นห่วงทำให้รีบวิ่งลงไปที่หน้าบ้านทันที...
รุ่นพี่หนุ่มประคองรุ่นน้องของเขาขึ้นมาช้าๆ
" ...ไอ้บ้าเอ๊ย...."
" ชิชิ...โดะ...ซัง ...ขอ...โทษ.." เจ้าลูกหมาในอ้อมกอดของเขาพยายามจะพูด
ทั้งๆที่ไม่ค่อยจะได้สติเท่าไหร่หนัก ชิชิโดะโน้มตัวลงแตะหน้าผากของตัวเอง
กับอีกฝ่ายก็พบว่ารุ่นน้องของเขาตัวร้อนจี๋...
" อดทนหน่อยนะโจทาโร่ "
เวลาแบบนี้ก็ไม่รู้จะพึ่งใคร สุดท้าย ชิชิโดะก็จำเป็นต้องปลุกให้พี่ชายของตัวเอง
ตื่นอย่างไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่นัก.... ไม่นานนัก ทั้งสามก็ไปถึงโรงพยาบาล.....
หลังจากนั่งคอยอย่างกระวนกระวายใจได้ไม่นาน
นายแพทย์เจ้าของไข้ก็ออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
" ....ถ้ายังไงก็อย่าเพิ่งตกใจไปนะครับ ตอนนี้คนไข้มีอาการช็อค ไม่ได้สติ
เนื่องจากร่างกายเย็นมากเกินไป ...ส่วนอาการตอนนี้หมอวินิจฉัยว่าเป็นภาวะปอดบวม
นอกจากนี้คนไข้มีไข้สูงมาก ควรจะให้อยู่ในความดูแลของแพทย์ในห้องฉุกเฉินซักระยะหนึ่งนะครับ"
" หมอ....พูดแบบนี้มันหมายความว่ายังไง !!!!!!!!!! " ชิชิโดะระเบิดอารมณ์ออกมาทันทีเมื่อได้ยินอาการของโจทาโร่จากคำบอกเล่า
" ใจเย็นก่อนสิไอ่น้องบ้า..."
" ในกรณีนี้ ผมมีความจำเป็นต้องแจ้งให้ทางญาติผู้ป่วยทราบด้วยครับ คุณช่วยตามมาหน่อยได้หรือเปล่าครับ "
" เดี๋ยวเซ่.......ตกลงโจทาโร่เป็นอะไร.... !!! ว๊อยยย "
" บอกว่าให้ใจเย็นยังไงเล่า เรียว !!!!! นายช่วยรอเงียบๆ ได้มั้ย แล้วที่มันเป็นแบบนี้ไม่ใช่เพราะนายเองรึไง!!!!!"
.
.
พี่ชายเดินตามหมอออกไปโดยทิ้งให้เขาอยู่กับความเงียบอีกครั้ง
นั่นสินะ...
เป็นเพราะเราแท้ๆ...
เป็นเพราะเราเอง....
เป็นเพราะทิฐิบ้าๆของตัวเราเอง
เป็นเพราะเราไม่ยอมฟังหมอนั่นพูดแม้คำเดียว เป็นเพราะเรา....
เป็นเพราะ....ตัวเราเอง....
ตอนนี้...
ขอให้อย่ามันสายเกินไปนะ....
.
.
ระหว่างที่พี่ชายกับหมอไปติดต่อแจ้งอาการให้กับทางบ้านของโจทาโร่
อีกไม่นานนัก หัวหน้าพยาบาลก็เดินเข้ามาคุยกับเขา
" ตอนนี้คนไข้ต้องการการพักผ่อน แต่ถ้าต้องการเฝ้าไข้ คุณหมอก็อนุญาตให้เป็นกรณีพิเศษค่ะ "
ชิชิโดะเดินตามหัวหน้าพยาบาลเข้าไปยังห้อง...
เจ้าลูกหมาของเขา หลับใหลไม่ได้สติอยู่บนเตียงคนไข้โดยมีเครื่องช่วยหายใจ
ต่อระโยงระยาง....แทบไม่น่าเชื่อว่าเพียงแค่เขาหันหลังให้เท่านั้น
...มันทำให้เกิดเรื่องใหญ่โตได้ขนาดนี้
ชิชิโดะทรุดตัวลงนั่งข้างๆเตียง ยกมือเย็นเฉียบของอีกฝ่ายขึ้นมากุมไว้แน่น.....
พลันน้ำตาก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว นานเท่าไหร่แล้ว ที่คนอย่างชิชิโดะ เรียว
คนนี้ไม่ได้ร้องไห้....ความรู้สึกตอนนี้ คิดเพียงว่า......อย่าให้คนตรงหน้า
ต้องเป็นอะไรไปเลย.... หากว่าโจทาโร่เป็นอะไรไป .... เขาคนนี้....
ก็คงไม่รู้จะอยู่ต่อไปยังไงเหมือนกัน... หากหมอนั่นฟื้นขึ้นมา......
ก็อยาก จะขอโทษเค้า.....
.
.
.
.
.
.
สองวันผ่านไปกับคนคนหนึ่งที่หลับสนิทราวกับเจ้าชายนิทรา ในขณะที่อีกคนหนึ่ง
แทบจะไม่ได้นอนเลย แม้ว่าหมอจะอนุญาตให้ย้ายออกจากห้องฉุกเฉินไปยัง
ห้องพักฟื้นแล้ว แต่โจทาโร่ของเขาก็ยังไม่ลืมตาตื่น....
ทิ้งให้คนที่เฝ้ารอ ต้องรอคอยด้วยความกระวนกระวายใจ......
เสียงเคาะประตูห้องเบาๆ ปลุกให้ชิชิโดะที่กำลังครึ่งหลับครึ่งตื่นได้สติ ....
เด็กผู้หญิงกลุ่มหนึ่งในชุดยูนิฟอร์มของเฮียวเท.....ซึ่งเขาไม่รู้จักแต่ก็คุ้นๆ
หน้าเหมือนกับว่าเคยเห็นที่ไหน
" ขอโทษนะคะ มารบกวนรึเปล่าคะ " เด็กผู้หญิงคนหนึ่งในกลุ่มถามขึ้น
" ไม่หรอก เข้ามาก่อนสิ...... เพื่อนๆของโจทาโร่สินะ " ชิชิโดะเอ่ยเชิญ
ดอกไม้ช่อโตถูกวางไว้บนโต๊ะข้างๆเตียงที่มีของเยี่ยมไข้จากสมาชิกชมรม
เทนนิสอยู่เต็มไปหมด แน่นอนว่าส่วนที่กินพื้นที่ที่สุดก็คือของที่อาโตเบะเอามา....
เฮ้อ...ไอ้คุณชายจอมเวอร์นั่น...
......เด็กผู้หญิงสามสี่คนเดินออกไปที่นอกระเบียงหน้าต่าง....
ทว่าเด็กผู้หญิงที่หน้าตาคุ้นหน้าคนหนึ่งกลับเลือกที่จะนั่งลงข้างๆเตียงของโจทาโร่...
" คุณคงเป็นพี่ชายของโอโทริคุงสินะคะ.....ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ฉัน ฮินาตะ เอรินะ ค่ะ"
" เอ่อ.... ชั้นไม่ใช่พี่ชายของโจทาโร่หรอก......"
" แล้ว...."
" เป็นรุ่นพี่ในชมรมเทนนิสน่ะ ชิชิโดะ เรียว อยู่ปี3 เฮียวเทเหมือนกัน "
" แต่ดูท่าทางคุณสนิทกับโอโทริคุงจังเลยนะคะ "
" เอ๋.... ยังไงเหรอ " ชิชิโดะทำหน้าสงสัย
" ก็เห็นรุ่นพี่เรียกชื่อของโอโทริคุง พวกเราในห้องเรียนยังไม่ค่อยมีใครเรียกกันเลยค่ะ " เด็กผู้หญิงที่ชื่อเอรินะยิ้มให้ ทว่าชิชิโดะรู้สึกว่ามันเป็นยิ้มที่ดูออกจะเศร้าๆ
" อืม......อย่างนั้นหรอกเหรอ "
"..... เอรินะเค้าชอบโอโทริคุงน่ะค่ะ เนี่ยพอรู้ว่าเขาป่วยเข้าโรงพยาบาลก็เลยอยากมาเยี่ยม แต่ไม่กล้ามาคนเดียว พวกเราก็เลยต้องแห่กันมาส่ง"
เด็กผู้หญิงอีกคนนึงที่ดูท่าทางเปรี้ยวๆเอ่ยขึ้น ทำเอาชิชิโดะถึงกับนิ่งเงียบ ด้วยเพราะอึ้งกับคำบอกเล่าที่ได้ยิน
" ตอนวันเกิดของเอรินะด้วย...ตอนนั้นพวกเราก็ไปขอให้โอโทริคุงไปด้วย ....."
" พอเถอะยูกะจัง.... ตอนนั้นโอโทริคุงเค้าคงไม่อยากจะมาเท่าไหร่หรอก แต่ว่าไม่กล้าปฎิเสธ...."
" ไม่จริงหรอกเอริ......โอโทริคุงเค้าก็คงชอบเธออยู่บ้างแหละน่า"
" อย่าพูดเรื่องไม่จริงเลยยูกะจัง.....โอโทริคุงน่ะ มีสีหน้าเป็นกังวลอยู่ตลอดเวลา.....ที่เขาตามใจฉัน ก็เพราะพวกเธอคะยั้นคะยอจนเขาไม่รู้จะปฎิเสธยังไงไม่ใช่เหรอ"
.
.
.
ชิชิโดะฟังเด็กสาวเถียงกันในห้องโดยไม่พูดอะไร.....
นี่คือเรื่องที่เขาเข้าใจผิดไปเองในวันนั้น วันที่เห็นโจทาโร่ป้อนไอศกรีมให้กับเด็ก
ผู้หญิงที่ชื่อฮินาตะ เอรินะ คนที่กำลังนั่งอยู่ตรงข้ามกับเขาตอนนี้
เขานึกไปเองซะอีกว่าโจทาโร่คงจะลืมเรื่องของเขาไปแล้ว....
" โอโทริคุงน่ะ.....พอฉันพูดว่า เขาใจดีกับทุกคนสินะ .... เขาก็ทำสีหน้าคิดมากทันที
แสดงว่าจริงๆแล้ว โอโทริคุงคงมีคนที่ชอบอยู่แล้ว เขาคงใจดีกับทุกคน
แต่กับใครซักคน เขาคงใจดีเป็นพิเศษ แต่คนๆนั้นคงไม่ใช่ฉันหรอกค่ะ "
" อืมม..."
" ข...ขอโทษนะคะ ที่จู่ๆ ฉันก็มาบ่นอะไรให้รุ่นพี่ฟังก็ไม่รู้.... ต้องขอโทษด้วยจริงๆค่ะ
... จริงๆแล้ว เรื่องของโอโทริคุง .... ฉันตัดใจได้แล้วแหละค่ะแต่ว่า....ก็ยัง
เป็นห่วงอยู่.... เหมือนว่าฉันเป็นสาเหตุให้เขาต้องเกิดเรื่องยังไงก็ไม่รู้ค่ะ "
" ไม่หรอก .....เธอก็คงไม่รู้จะไปเล่าให้ใครฟังเหมือนกันใช่หรือเปล่าล่ะ "
ชิชิโดะตอบเด็กสาว
ทว่าในใจรู้สึกขอบคุณเสียมากมาย ในที่สุดก็ได้รู้ความจริงทั้งหมด.....
ซึ่งความจริงที่ว่านี้ ยิ่งตอกย้ำให้เขารู้สึกผิดมากกว่าใครๆ
ที่ไม่ยอมรับฟังโจทาโร่พูดหรืออธิบายอะไรเลยจนเกิดเรื่องแบบนี้
"ถ้ายังไง....ถ้าเขาฟื้นแล้ว รบกวนรุ่นพี่ช่วยฝากบอกเขาว่าฉันขอโทษมากๆด้วยนะคะ
ตอนนี้ฉันคงต้องไปแล้วล่ะค่ะ วันนี้ ขอบคุณมากๆนะคะ"
เด็กสาวลุกขึ้นจากเก้าอี้ โค้งตัวให้ชิชิโดะ ก่อนจะเดินออกจากห้องไปกับกลุ่มเพื่อนๆ....
ห้องคนไข้สีขาวก็กลับเข้าสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง มีแต่เวลาที่เดินไปเรื่อยๆ
....โจทาโร่ยังคงหลับไม่ได้สติเลยแม้แต่น้อย...
ตื่นขึ้นมาเถอะไอ้ลูกหมา..... อย่าทำให้ชั้นใจเสียแบบนี้สิ......
รุ่นพี่หนุ่มคิดในใจ.......จะให้ทำยังไง นายถึงจะตื่นขึ้นมาล่ะ.......
.
.
.
เรื่องของเจ้าหญิงนิทรา.....
แค่ลองทำตาม ก็คงไม่เสียหายหรอกมั้ง......
.
.
.
รุ่นพี่หนุ่มโน้มตัวลงหารุ่นน้องผู้เป็นที่รักของเขาที่กำลังหลับใหลอยู่ในนิทรา...
ริมฝีปากบางค่อยๆแตะสัมผัสริมฝีปากของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา
ชั้นเรียกนายอยู่นะโจทาโร่....รีบๆกลับมาได้แล้ว.........
หากว่านายรู้สึกว่า.....กำลังถูกชั้นจูบอยู่ล่ะก็......
นี่เป็นหนึ่งในล้านครั้งที่ชั้นจะเป็นฝ่ายเริ่มนะเฟ้ย ....ไอ่บ้า....
.
.
.
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่........ที่ชิชิโดะยังคงจูบโอโทริอยู่แบบนั้น
....เพียงแค่หวังว่า....อีกฝ่ายจะลืมตาตื่นขึ้นมา...
ทว่าทุกอย่างก็ยังคงนิ่งเงียบเสียจนใจเริ่มเสีย....
ไม่ได้ยินหรือไง โจทาโร่ ชั้นเรียกนายอยู่นะ
ชิชิโดะลืมตามองโจทาโร่ของเราที่อยู่ตรงหน้าโดยยังไม่ถอนริมฝีปากออกไปแม้แต่น้อย
น้ำตามันจะไหลอีกแล้ว บ้าชิบ....ไม่เท่ห์เอาซะเลยชั้น....
ตื่นสิ โจทาโร่ ตื่นซักทีสิ โว้ยยยยยยยยยยยย อย่าทิ้งชั้นไว้คนเดียว.....
.
.
.
.
.
.
.
.
แสงแดดส่องแยงตาจนต้องลืมตาตื่น......
ชิชิโดะลุกขึ้นนั่งพลางมองไปรอบๆตัวก็พบว่าที่นี่คือโรงพยาบาล
สมองพยายามนึกเรื่องของเมื่อวานที่แทบจะจำไม่ได้....
เตียงของคนไข้ว่างเปล่า และตัวเขาเอาที่นั่งอยู่บนโซฟาข้างๆทำให้ต้องตกใจ
"โจทาโร่ !!!! นายหายไปไหน...เฮ้ย โจทาโร่ !!!!!!!!!!!!"
" คร้าบ..... ชิชิโดะซัง "
เสียงแว่วๆดังมาไกลๆ แต่ว่าไม่เห็นแม้แต่เงา.....
ชั้นตื่นอยู่หรือว่าฝันอยู่หรือว่า.....
" โจทาโร่ นายอยู่ที่ไหน....นี่ชั้น.....บ๊ะ...ฝันรึไงเนี่ย... "
" ชิชิโดะซังเป็นอะไรมากรึเปล่าครับ "
โอโทริ โจทาโร่ในชุดคนไข้ เดินมาจากทางระเบียงห้องมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา.....
" โจทาโร่....."
" ผมตื่นมาเมื่อวานตอนเย็นๆ ก็เจอชิชิโดะซังนอนอยู่ข้างๆผมแล้ว....
แต่ก็ไม่ได้ปลุกน่ะครับ พอซักสองทุ่มกัปตันอาโตเบะกับคาบาจิมาเยี่ยม
กัปตันอาโตเบะก็สั่งให้คาบาจิยกชิชิโดะซังไปนอนตรงโซฟา...."
ไม่ต้องการจะฟังคำอธิบายอะไรอีกแล้ว......
ชิชิโดะถลาจากโซฟาที่ตัวเองนั่งอยู่ใส่โอโทริอย่างไม่คิดอะไรทั้งนั้นอีก......
รู้แต่ว่าเวลานี้....โจทาโร่ของเขา....อยากจะกอด........
กอดเอาไว้ไม่ให้ไปไหนได้อีก.....
" นาย...มันบ้า ...... รู้มั้ยชั้นห่วงนายขนาดไหน...."
" ผมได้ยินเสียงชิชิโดะซังเรียกผมด้วยครับ ในความฝันอันยาวนานของผม..."
" นายฝันเรื่องอะไรน่ะโจทาโร่"
" ถ้าบอกแล้วชิชิโดะซังอย่าหัวเราะนะครับ...."
" เรื่องอะไร..."
โอโทริ โจทาโร่ อมยิ้มเล็กๆ ก่อนจะกระซิบที่ข้างหูรุ่นพี่ของเราเบาๆ.....
ทำเอาชิชิโดะถึงกับเบิกตาโพลงด้วยความตกใจเช่นกัน
" เรื่องวันนั้น.....ชั้น....ขอโทษจริงๆนะโจทาโร่......ชั้นคิดมากไปเองแล้ว
ก็ไม่ยอมให้นายอธิบายอะไรทั้งนั้น"
" ...ผมเข้าใจดีครับ ก็นี่เป็นนิสัยของชิชิโดะซังนี่ครับ ผมสิ.....ทำให้ชิชิโดะซังโกรธมากแท้ๆ...."
" เมื่อวาน เด็กคนที่ชื่อฮินาตะ เอรินะ มาเยี่ยมนาย...."
" เอ๋ ~~~~~~~~~~ "
" เธอเล่าให้ชั้นฟังหมดแล้ว....."
" โจทาโร่ นายใจดีกับทุกคนสินะ....."
โอโทริถึงกับสะอึก ไม่นึกว่าจะถูกชิชิโดะซังของเขาถามด้วย
คำถามที่ทำให้คิดมากได้แบบนี้
" แต่.....เด็กคนนั้นก็บอกชั้นว่า ถึงโอโทริคุงจะใจดีกับทุกคน แต่กับใครซักคน เขาคงใจดีเป็นพิเศษ..... "
โอโทริเอียงคอมองอย่างสงสัย....ชิชิโดะเองก็ไม่รีรอที่จะกอดคนตรงหน้าเอาไว้แน่น
" ใครซักคนที่ว่านั้น......ใช่ชั้นรึเปล่า โจทาโร่.... "
เจ้ารุ่นน้องกอดตอบ ก่อนจะคลายอ้อมกอดนั้นลง.....
เปลี่ยนเป็นเชยคางรุ่นพี่ของเขาขึ้นเพื่อจูบหวานๆหนึ่งทีแทนคำยืนยันคำตอบที่เขาจะพูดต่อไป
" ครับ.... ชิชิโดะซัง...."
END...
-OUT time-
" ผมฝันว่า....ชิชิโดะซังเป็นเจ้าชายแล้วผมก็เป็นเจ้าหญิงนิทราแหละ"
ตอนผมหลับอยู่นะ ได้ยินชิชิโดะซังพูดว่า จะไม่เลิกจูบจนกว่าผมจะกลับไปด้วย
ผมก็เลยไม่กลับ เพราะอยากให้ชิชิโดะซังจูบผมนานๆ ฮ่ะๆๆ "
โอโทริหัวเราะร่าอยู่บนเตียงคนไข้ โดยมีชิชิโดะซังของเขานั่งอยู่บนตัก
" ไอ้บร้า แกอยากตายใช่ม้ายยยยยยยยย"
ชิชิโดะรัวกำปั้นใส่เจ้าลูกหมา โดยไม่สนว่ามันจะเป็นหมาป่วยเพิ่งฟื้นเลยแม้แต่น้อย
" โอ้ยยย อย่าตีสิครับผมป่วยอยู่นะ"
" ไม่รู้ไม่ชี้ รู้มั้ยว่าชั้นเป็นห่วงขนาดไหน ไอ้บ้า...."
" ขอโทษครับชิชิโดะซัง..... แต่ถ้าชิชิโดะซังไม่จูบผม.....ผมอาจจะไม่ฟื้นอีกเลยก็ได้นะครับ ดังนั้น....ตอนนี้เหมือนชิชิโดะซังให้ชีวิตผมเลย"
"...เวอร์ไปรึเปล่า...."
" ไม่หรอกครับ......แต่ถึง จะไม่เกิดเรื่องคราวนี้ ชีวิตผมก็เป็นของชิชิโดะซังอยู่แล้วแหละครับ..... ตั้งแต่ ผมเริ่มรักชิชิโดะซัง แล้วชิชิโดะซังล่ะครับ"
" อื้ม.....ชีวิตของชั้น ก็เป็นของนาย......ร่วมทั้ง ร่างกาย และจิตใจนี้ด้วย "
" รักนะครับ.....ชิชิโดะซัง"
โอโทริฉวยโอกาสหอมแก้มรุ่นพี่ของเขาเบาๆ ทำเอาเจ้าตัวที่ถูกบอกรักถึงกับหน้าแดงขึ้นมาทันที
" ไอ่หมาบ้า...ชั้น....ชั้น....ก็รักนาย.....ชิ....พูดได้ไม่เท่ห์เลยเรา....."
.
.
.
END .....
(จบจริงๆแล้วจ้า)
คลานไปนอนตาย หมดแรง.....
แต่ก็โล่งใจ ได้เขียนคู่นี้แบบซีเรียสๆหน่อยแล้ว บันไซ.....
ไหนๆก็ทนอ่านจนจบแล้ว ช่วยทนคอมเมนต์กันให้หน่อยนะคะ (หัวเราะ)
ปล. อยากวาดรูปประกอบเป็นซีจีซักรูปจังค่ะ ฮ่ะๆๆ แต่ยังไม่ว่างเนี่ยสิ โฮก