ตอนสองมาแล้ววววววววววววววววววววววววววว....
แบบว่า.............
แต่งโคดยากเลยอะ เลยดองนานไปหน่อย...
โฮยยยยยยย....
ยังไงก็ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ
ตอนแรกว่าจะสองตอนจบ แต่เมามันในอารมณ์เกิน
งอกกลายเป็นไปจบตอน 3ซะได้
( 28โดนแย่งซีนแล้วกร้ากกกก)
ดังนั้นตอนนี้ไม่ลงรูปนะ ....เหนื่อย เพิ่งทำขนมเสร็จ
โอยย ออเดอร์มากมาย จะบ้าตายอยู่ละ...
ก็ ...ไปจิ้นภาพกันในหัวเองละกันนะ แต่สัญญาว่าตอนหน้าจะลงรูป ก็ตอนจบนี่นา
สำหรับใครที่ยังไม่ได้อ่านตอนแรก
http://uriel.exteen.com/20071218/tenipuri-shift-side3-1 เชิญฮ้า
S h i f t !! [Side Story part 3.2]
Tenipuri Fanfic
Marui Bunta X Akutagawa Jiroh
กริ่งหน้าบ้านดังขึ้นพร้อมความกระวนกระวายใจของเจ้าของบ้านจอมขี้เซาที่หมดลงทันที....
จิโร่โยนหมอนใบโตที่กำลังกอดอยู่ทิ้งอย่างไม่สนใจใยดี
เขากระโดดลงจากเตียงอย่างว่องไว......ความดีใจที่จะได้เจอคนที่อยากเจอมัน
โลดแล่นไปถึงหน้าประตูเสียก่อนที่ตัวจะไปถึงด้วยซ้ำไป
ประตูหน้าบ้านถูกเปิดออก ..... พร้อมคนที่กำลังรอคอยยืนอยู่ตรงหน้า....
" ขอโทษที่มาช้านะ.... ว่าจะโทรมาบอกก่อนแต่ว่าไม่รู้เบอร์น่ะ "
ยิ่งพูดแบบนี้ มารุอิ บุนตะ ก็ยิ่งรู้สึกแปลก.....โทรไปบอกงั้นเหรอ ....นั่นสินะ
พูดราวกับว่าเขาเองสนิทกับหมอนี่งั้นน่ะ...ทั้งๆที่เพิ่งคุยกันได้เป็นทางการครั้งแรก
....ก็ดันมาค้างบ้านอีกฝ่ายแบบไม่ลังเล.... แถมยัง.....
" นึกว่าจะไม่มาซะแล้วอีก " จิโร่ส่ายหัวพร้อมยิ้มให้ เป็นนัยบอกว่าไม่เป็นไร....
" เอ้านี่..."
หลังจากลังเลอยู่นาน บุนตะก็ส่งกล่องป๊อกกี้รสสตรอเบอรี่ที่ถือแอบไว้ข้างหลังให้อีกฝ่าย....
" แทนคำขอโทษที่มาช้า แล้วก็....เป็นคำขอบคุณ สำหรับเค้ก"
" ให้ชั้นเหรอ.....ดีใจจัง !!!!! " จิโร่ตาวาวทันทีเมื่อเห็นของชอบ แต่ที่สำคัญไปกว่านั้น....มันเป็นของที่ชอบที่ได้จากคนที่ชอบเนี่ยสิ
" ไม่ให้นายแล้วจะไปให้ใครที่ไหนล่ะถามแปลกๆ " บุนตะเกาหัว
" นั่นสินะ ฮ่ะๆๆ มีอะไรให้ช่วยถือไหม "
" ไม่มีหรอก "
" ข้าวเย็นกินอะไรดีน้า..... มารุอิอยากกินอะไร " จิโร่ถามความเห็นของอีกฝ่ายทันทีเมื่อทั้งสองเดินเข้ามาในตัวบ้านแล้ว
" อืม..... ทำกินเองมั้ยล่ะ...."
" หวา...แต่ชั้นทำไม่เก่งหรอกนะ "
" แล้วเค้กนั่นน่ะ....นายไม่ได้ทำเองหรอกเหรอ อาคุตางาวะ "
" เปล่าหรอก... นั่นพี่ชายชั้นเป็นคนทำน่ะ "
" งั้นให้ชั้นเป็นคนทำดีมั้ย "
ข้อเสนอของมารุอิ บุนตะ ทำให้เขาดีใจจนตาลุกวาวอีกแล้ว......
อาหารที่มารุอิ บุนตะทำงั้นเหรอ..... ถ้าไม่ฉวยโอกาสนี้ไว้
แล้ว......จะมีโอกาสแบบนี้อีกเมื่อไหร่ล่ะ จริงไหม...
" ดีสิ.....ดีมากๆเล้ยยย " ไม่เพียงเสียงที่บ่งบอกความดีใจ....ท่าทางกระโดดโลดเต้นแบบนั้นก็บ่งบอกว่าอาคุตางาวะ จิโร่ กำลังดีใจเอามากๆเลยทีเดียว
" ไม่เห็นจะต้องดีใจขนาดนั้นเลย....ชั้นทำก็จริงแต่นายต้องเป็นคนเก็บล้างนะ " บุนตะพูดจบก็หัวเราะขึ้น ทำเอาจิโร่เองก็หัวเราะตามไปด้วย
พวกเราเพิ่งจะเคยรู้จักกันจริงๆน่ะเหรอ
พวกเราเพิ่งเคยจะอยู่ด้วยกันจริงๆน่ะเหรอ
ทำไมถึงรู้สึก.....
อบอุ่นเป็นกันเองราวกับว่ารู้จักกันมานานล่ะ
ยิ่งคิด ก็ยิ่งไม่เข้าใจ
" นี่....ห้องครัวไปทางไหนน่ะ อาคุตางาวะ"
" จะไม่เอาของไปเก็บบนห้องก่อนเหรอ " จิโร่ถามขึ้น
" นั่นสินะ ...."
.
.
.
ข้าวของถูกเอาขึ้นไปเก็บในห้อง ก่อนที่เจ้าของบ้านพร้อมแขกที่เชิญมาจะลงมาเตรียมของทำอาหารมื้อค่ำกันสองคนในครัว
" นายอยากจะกินอะไร ........หืม...อ...อาคุตางาวะ ทำไมต้องเอาหน้ามาใกล้ขนาดนี้ล่ะ หือ..."
" กำลังคิดอยู่ว่ามันกลิ่นอะไรกันน้า.....นึกไม่ออกตั้งแต่ตอนเย็นๆแล้วแหละ"
" เอ๋...? "
" แอปเปิ้ล....ใช่มั้ยนะ " จิโร่ทำจมูกฟุดฝิด แต่ก็ยังไม่เลิกยื่นหน้าเข้ามาใกล้เขา
" อ้อ....นายหมายถึงเจ้านี่ใช่มั้ยล่ะ " พูดจบลูกโป่งลูกโตก็ถูกเป่าออกมา
" นั่นแหละๆๆ นี่ๆ มันเป่ายากมั้ยน่ะ......ลูกโตๆแบบนั้น "
" อยากลองดูมั้ยล่ะ ...." บุนตะว่าพลางส่งหมากฝรั่งกรีนแอบเปิ้ลให้จิโร่
" แล้วชั้นจะทำได้จริงเหรอ ....มันต้องทำยังไงบ้างน่ะ "
" นายต้องลองเองเพราะชั้นก็ไม่รู้จะสอนยังไงอะ .........ว่าแต่ ตกลงเย็นนี้จะกินข้าวไหมฮึ...แล้วอยากกินอะไร "
ให้ตายสิ ต้องโดนหมอนี่ชวนให้นอกเรื่องอีกแล้วเชียว
อาคุตางาวะ จิโร่...... หมอนี่เคยจริงจังกับอะไรซักอย่างในชีวิตกับชาวบ้านเค้าบ้างมั้ยเนี่ย เฮ้อ....
" เร็ว ตอบมา จะกินอะไร "
" อะไรก็ได้ที่ไม่มีมะเขือเทศก็กินได้หมด~ ..."
เฮ้อ..... เลือกกินอีกต่างหาก....นิสัยเด็กชะมัด
.
.
.
.
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป อาหารมื้อเย็นถูกวางเสริฟบนโต๊ะสองที่....
พร้อมๆกับคนรอกิน.....ที่ดันหลับไปอย่างง่ายๆซะได้...
" นี่..... จะกินไม่กินฮึ "
บุนตะนั่งลงข้างๆโซฟาที่จิโร่เอนตัวหลับอย่างสบายพลางใช้มือสะกิดอีกฝ่ายเบาๆ
ทว่าก็ได้รับการตอบรับแค่เสียงงึมงำของคนที่กำลังอยู่ในห้วงความฝันเท่านั้น
นายนี่มันเหลือเกินจริงๆ อาคุตางาวะ
" ถ้าไม่กินชั้นกินเองหมดนะ "
........
ZZzzzzZZzzzzz....
" อาคุตางาวะ !!!!! "
..
.
.
ลมหายใจสม่ำเสมอของอีกฝ่ายที่หลับใหลอยู่ในนิทราตรงหน้า ...
กับตัวเองที่โดนดึงดูดให้โน้มหน้าเข้าไปใกล้อย่างไม่รู้ตัว
เวลานี้.........นึกไม่ออกว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่กันแน่....
!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
รู้สึกตัวได้อีกทีก็ตกใจถอยออกมาอย่างรวดเร็วจนแทบเสียหลักชนเก้าอี้ที่อยู่ด้านหลังแล้ว
เมื่อกี้นี้...............
ท......ทำลงไปแล้ว...
....
รึเปล่า.................................. ม....ไม่สิ......
ทำลงไปแล้ว !!!!!!!!!!!!
ความรู้สึกที่แว่บเข้ามาชั่ววินาทีที่สัมผัสริมฝีปากของอีกฝ่ายนั้น.........มัน....อะไรกันนะ
........................
" อ...อืมมม "
" เหวออออออออ "
" มารุอิ........" จิโร่ยกมือขึ้นขยี้ตาช้าๆ ภาพที่ปรากฎตรงหน้าเริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ
" งึม.....ง่วง..."
....แล้วไป โชคดีที่เมื่อกี้หมอนี่ไม่รู้ตัว....ว่าแต่......เราทำอะไรลงไปกันแน่เนี่ย....
" อาหารค่ำพร้อมแล้ว....เรียกตั้งนานไม่เห็นลุก ชั้นเกือบจะกินคนเดียวหมดแล้วนะรู้มั้ย "
" เหรอ....อืม.... "
......
ดูท่าทางหมอนี่ยังจะไม่ตื่นดี ...... จะว่าไปก็ดูพิลึกดีๆ เวลาง่วงๆก็ดูไร้สติ....
พอหายง่วง ก็กลายเป็นพวกตื่นเต้นกับอะไรซักอย่างได้ง่ายๆ....แบบนี้....
.
.
" ว....ว้าววววววววววววววววววววววววววว "
" เฮ้ เฮ้.....ทำไมนายต้องแหกปากขนาดนั้นด้วยล่ะ - * - "
" มารุอิทำเองหมดนี่เลยเหรอ "
" ถามแปลกๆ ถ้าชั้นไม่ทำเองแล้วผีที่ไหนช่วยทำล่ะ ....พิลึกคน"
" ก็...มันน่ากินมากๆนี่นา "
" งั้นก็รีบๆกิน รีบๆเก็บล้างซะ "
" ไม่เห็นต้องรีบเลย....."
" ชั้นก็พูดไปแบบนั้นแหละ -*- "
มารุอิ บุนตะ รู้สึกว่าตัวเองเริ่มไม่เป็นตัวของตัวเองมาตั้งแต่เมื่อครู่ใหญ่ๆที่ผ่านมา....
ส่วนสาเหตุก็ไม่ใช่อะไรที่ไหนไกลเลย....
" นี่ นี่.......ชั้นอยากให้มารุอิอยู่ที่นี่ตลอดไปเลยแหละ "
" หะ....." คนที่ถูกเอ่ยถึง ถึงกับสำลักข้าวขึ้นมาอย่างกระทันหัน....
" ท...ทำไมล่ะ "
" อืม......ก็ชั้นชอบมารุอิ บุนตะ "
"แค่ก....แค่ก แค่ก "
หมอนี่พูดเรื่องแบบนี้ได้หน้าตาเฉยโดยไม่คิดอะไรจริงๆด้วย
เอ... หรือว่าจริงๆแล้วหมอนั่นจะคิด.....
คำว่าชอบ..... ที่พูดตอนนี้
กับคำพูดที่บอกว่าชื่นชม ที่ได้ยินเมื่อเช้า.....
กลับทำให้รู้สึกไม่เหมือนกัน....... คำว่าชอบที่ได้ยินเมื่อครู่นี้ กลับทำให้รู้สึกดีใจ มากกว่า....
" เพราะชอบชั้น..... เหตุผลง่ายๆแค่นี้เนี่ยนะ "
" ....อืมมมม "
จิโร่ทำสีหน้าครุ่นคิด....
" นั่นสินะมันอาจจะดูง่ายๆแต่ว่า......ชั้นลืมเรื่องเมื่อสองปีที่แล้วไม่ลงเลยจริงๆนะ
มารุอิ บุนตะ"
นายเป็นฮีโร่
นายเป็นคนที่ชั้นฝันจะเป็น
และ....ที่สำคัญคือ
ชั้น...ชอบคนๆนี้
บุนตะมองหน้าอีกฝ่ายที่กำลังทานมื้อค่ำอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ....
ในขณะที่สมองตัดสินใจประมวลผลให้ทำอะไรบางอย่างซึ่งไม่ต้องการเหตุผล
ลงไปอย่างไม่รีรอ
" เอ้านี่..... ชั้นให้ "
ที่รัดข้อมืออันโปรดถูกถอดออกแล้วส่งให้อีกฝ่าย.......
ทำเอาจิโร่ถึงกับปล่อยช้อนส้อมที่ถืออยู่ตกลงกระแทกจานเลยทีเดียว
" ...หา...... "
" อืม... จะเอาไม่เอา ถ้าไม่เอาก็ไม่ต้องเอ......"
" เอาซี่!!!~~~~ ขอบคุณน้า.. "
เด็กหนุ่มผมสีอ่อนรีบรับที่รัดข้อมืออันนั้นมาถือไว้ในมือ .... ตาลุกวาวราวกับเด็กที่ได้ของเล่นใหม่...บุนตะมองภาพตรงหน้าไปพลาง ยิ้มไปพลางอย่างไม่รู้ตัว....
อะไรกันนะ แค่หมอนั่นทำหน้าดีใจ....กับสิ่งที่เราให้ไป.....
แต่ทำไม ......เราถึงรู้สึกดีใจไปด้วยล่ะ....
" นี่ๆ...มารุอิ"
" หืม...."
" มารุอิ.....ชอบชั้นบ้างรึเปล่า?"
" แค่ก แค่ก......"
วันนี้จะต้องโดนถามด้วยคำถามที่ทำให้สำลักข้าวได้อีกซักกี่รอบกันนะ....
คราวนี้อะไรต้องการอะไรอีกล่ะ.......อาคุตางาวะ จิโร่....
บุนตะไม่ได้ตอบอะไรไป .... จิโร่เองก็ไม่ได้ถามคาดคั้นเอาคำตอบต่อ...
หลังจากประโยคนั้น บทสนทนาบนโต๊ะอาหารก็แทบจะไม่หลุดรอดออก
จากปากทั้งสองฝ่าย... ต่างคนต่างก้มหน้าก้มตาทานมื้อค่ำกันอย่างเร่งรีบ...
ราวกับว่าจะหนีบรรยากาศแบบนี้ไปให้พ้นๆ
จานชามถูกยกไปล้างในครัวโดยเจ้าของบ้าน
ส่วนแขกที่ได้รับเชิญมาก็ถูกไล่ให้ไปนอนกลิ้งเล่นรอตามระเบียบ
จานกองโตถูกล้างเสียสะอาดเอี่ยมภายในเวลาไม่นานนัก
เพราะเจ้าของบ้านไม่อยากจะปล่อยแขกที่เชิญมาให้อยู่คนเดียวนานนัก
ประตูห้องถูกเปิดออกช้าอีกครั้ง พร้อมเจ้าของบ้านที่มาพร้อมน้ำหวานสองแก้ว....
" นี่ของมารุอิ ขอโทษน้าาาาา ที่ทำให้รอตั้งนาน" จิโร่ว่าพลางส่งน้ำหวานแก้วหนึ่งให้
" เมื่อกี้.....ที่รัดข้อมือ....ให้ชั้นจะดีเหรอ "
" ถ้าไม่อยากได้ก็คืนมาก็ได้นะ" บุนตะหัวเราะ หมากฝรั่งกรีนแอปเปิ้ลถูกเป่าเป็นลูกโต....
" ไม่ใช่ว่าไม่อยากได้แต่ว่า......ก็...มันของรักของมารุอิไม่ใช่รึไง"
" อืม.....ก็อยากให้ ..... ไม่รู้สิ แค่คิดว่าถ้ามันอยู่กับนาย มันอาจจะมีค่ากว่าอยู่กับชั้นก็ได้นะ "
จิโร่เดินมานั่งลงข้างๆบุนตะที่ข้างๆเตียงนอน แววตาเป็นประกายจ้องอีกฝ่ายอย่างไม่วางตา.....
" มารุอิยังไม่ได้ตอบเรื่องที่โต๊ะอาหารเลย..... ตกลงว่า มารุอิ ชอบชั้นบ้างรึเปล่า"
" ชั้นก็อยากรู้เหมือนกัน......ว่าตัวชั้นชอบนายรึเปล่า ... นี่ .....อาคุตางาวะ "
" หืม...."
" ต่อจากนี้ เงยหน้าขึ้นแล้วห้ามโวยวาย ....."
" หา..."
" ไม่อยากรู้เหรอว่าตกลงชั้นชอบนาย หรือไม่ชอบ.... แล้วตัวนาย ชอบชั้นจริงๆ หรือแค่พูดไปแบบนั้น.... แล้วก็ คำว่าชอบของเรา มันเหมือนกัน ....รึเปล่า...."
" อ่า....." จิโร่ยังคงทำหน้างงๆ แต่ก็ยังทำตามคำสั่งแต่โดยดีเพราะว่าอยากรู้
ลองดูอีกซักที....
ความรู้สึกเมื่อตอนเย็นที่ไม่จางหายไป.....
พิสูจน์ดู.............
ถ้าหากว่าชั้น.........เกิดชอบนายเข้าแล้ว.......
" เออใช่.....ถ้าเงยหน้าแล้วก็หลับตาด้วย "
" หา????...."
" ยังจะมาร้องหาาาา..... อะไรอีก....... หลับตาซะอาคุตางาวะ "
เด็กหนุ่มผมสีอ่อนหลับตาพริ้มอย่างว่าง่ายหลังจากได้ยินคำสั่งจากอีกฝ่าย.....ดูราวกับลูกแกะเชื่องๆ....
ในขณะที่คนออกคำสั่งเองเกิดใจเต้นไม่เป็นจังหวะกับสิ่งที่ตัวเองกำลังจะทำต่อจากนี้ไป.....
คราวนี้.....มันจะไม่ใช่ว่าอีกฝ่ายไม่รับรู้อีกแล้ว...
คราวนี้.....มันจะไม่ใช่ความรู้สึกของคนฝ่ายเดียวอีกแล้ว......
.
.
.
ความรู้สึกแรกที่อาคุตางาวะ จิโร่ รู้สึกได้หลังจากถูกสั่งให้หลับตาไม่นานคือ
รสแอปเปิ้ลหวานจางๆที่แผ่ซ่านเข้ามาในปาก.... ต่อจากนั้น.....คืออะไร........
เขาเองก็ตอบไม่ได้ ความรู้สึกเมื่อถูกคนที่ชอบจูบ.... มันเรียกว่าอะไรกันแน่...
สำหรับมารุอิ บุนตะ.... นี่เป็นการตั้งสติที่มากขึ้นกว่าเมื่อครั้งตอนเย็น
เขารู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร.... หากแต่ว่ายังไม่เข้าใจหัวใจตัวเองที่เต้นโครมคราม
อย่างไม่เคยเป็นมาก่อนแบบนี้
เมื่อต่างคนต่างก็ไม่กล้าลืมตาดูอีกฝ่าย.........
จูบรสแอปเปิ้ล ที่กลายเป็นจูบแสนหวานที่ทำให้เวลาหยุดเดิน ณ ที่ตรงนี้ได้....
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด
......
" คำตอบล่ะ ....อาคุตางาวะ....ยังยืนยันคำตอบเดิมรึเปล่า"
จิโร่ยังไม่ยอมลืมตา...
" เฮ้...ไม่ใช่ว่าสบายจนหลับไปแล้วนะ .... ลืมตาๆๆๆ" บุนตะขยี้ผมสีอ่อนฟูๆนั้นเบาๆ....
" ก็มารุอิไม่ได้สั่งให้ชั้นลืมตานี่..."
นายนี่มันซื่อๆเซื่องๆเหลือเกินจริงๆ.... อาคุตางาวะ...
" ตอนนี้ กับตอนที่นายบอกว่าชอบชั้นตอนเย็น มันต่างกันมั้ย.....อาคุตางาวะ"
" ....อืมมมมม "
จิโร่ทำท่าครุ่นคิดอีกแล้ว.... แต่บุนตะก็ไม่ได้เร่งให้อีกฝ่ายรีบตอบ
เขาใจเย็นพอที่จะรอ เพราะตัวเขาเองก็ค้นพบคำตอบที่ใจตัวเองต้องการแล้ว
ถึงจะคิดว่ามันรวดเร็วเสียจนตั้งตัวไม่ทันก็ตามที...
แต่หากเพียงเขาจะทำตามเสียงหัวใจเรียกร้อง.....
เหตุผลใดๆ ก็ไม่สำคัญเท่าเหตุผลของใจ อยู่แล้ว
" ต่างกัน...."
" ยังไงล่ะ ...."
" ก็ตอนนี้ชั้นดีใจกว่านี่นา รู้สึกว่ามีความสุข......เพราะว่าคำตอบของมารุอิ "
" เอ๋... คำตอบจากชั้น...ชั้นยังไม่ได้พูดอะไรเลยเนี่ยนะ "
" อืม.... แต่ชั้นว่าชั้นได้รับคำตอบแล้วนะ เมื่อกี้นี้น่ะ ถึงมารุอิจะไม่ได้พูดก็เถอะ....."
จิโร่ยังทำหน้าครุ่นคิด....คิ้วทั้งสองแทบจะชนกัน....
" แล้วตกลงอยากจะฟังคำตอบจริงๆของชั้นมั้ย........ ถ้าไม่อยากฟังชั้นไม่พูดก็ได้นะ "
บุนตะแกล้งทำเสียงตัดพ้อ.... เพื่อจะดูปฎิกริยาของอีกฝ่าย
ซึ่งก็เป็นไปตามคาด..... เจ้าอาคุตางาวะทำตาอ้อนให้เขาพูด.....
" ชั้นชอบนายเข้าซะแล้วล่ะ....จิโร่....."
" หา...."
เอ๋ออีกแล้ว.....เวลานายดีใจ จะต้องทำท่าเหมือนเอ๋อๆ แบบนี้ทุกทีเลยรึไง
" ขอเรียกชื่อได้มั้ย....."
ไม่มีคำตอบที่เป็นถ้อยคำจากจอมขี้เซาแห่งเฮียวเท.....นอกจากอาการดีใจ
จนออกนอกหน้า...แถมยังพุ่งเข้ากอดปีศาจขนมหวานแห่งริคไคจนหงายหลังล้มตึงเพราะไม่ได้ตั้งตัวอีกต่างหาก
เมื่อคำว่าชอบ.....ของทั้งสอง....เป็นความรู้สึกแบบเดียวกันแล้ว....
ถ้าหาก....คำว่าชอบในวันนี้ จะเปลี่ยนเป็นคำว่ารักในวันหน้า ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก...
to be continue....
จิโร่ นายมันโมเอ้....
ด้วยข้อมูลที่เป็น 0 ของคู่นี้
ก็อาจจะผิดคาแรกเตอร์ไปมั่ง
แต่เราจะพยายามให้ดีกว่านี้นะ *---* ฮึชชช....
โอยย มึนได้ที่ ไปนอนล่ะ วะฮ่าๆ
...สูตรสัปปะรดแช่เหล้ารัมเนี่ยสุดยอดจิง ติดมาจากตอนไปค้างที่บ้านป่าน
*----* ฮู้ยยยยยยยยยย
เค้ารักเหล้ารัม ~~~
(สาบานได้ว่าตรูไม่ได้เมา ไม่เค้ยยย ชั้นไม่เคยกินแล้วเมา *-* หึๆ)