นานแล้วไม่ได้อัพอะ ลืมกันไปยังเนี่ยอร้ากก
ว่าเราค้างฟิคริคไคตั้งสองเรื่องอะ *-* เย้ยยยย
ดองได้ที่เลย
ความเดิมเมื่อตอนที่แล้วเชิญที่นี่
http://uriel.exteen.com/20070922/tenipuri-shift-3
S h i f t !! -4-
tenipuri fanfic
Nioh Masaharu X Yagyu Hiroshi
"นี่มันก็ดึกแล้ว......ทำไม่ยังไม่นอนอีกล่ะ นิโอคุง..... ถ้านายไม่นอนล่ะก็ชั้นไม่รอแล้วนะ"
" ชั้นยังมีเรื่องต้องคิดต่ออีกนิดหน่อย...นายไปนอนก่อนเถอะ "
นิโอพูดทั้งๆที่ไม่ได้หันหน้ามามองอีกฝ่าย.....หากแต่ยังคงมองออกไปนอกระเบียงแบบไร้จุดหมาย
คำตอบที่ได้รับทำให้ยางิว ฮิโรชิ ตัดสินใจเดินจากระเบียงห้องนอนของอีกฝ่ายไปที่เตียงนอน ผ้าคลุมเตียงถูกดึงออกช้าๆพร้อมกับร่างเพรียวที่ซุกตัวลงใต้ผ้านวมอุ่นนั้น
นิโอเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า....
คืนนี้เป็นคืนเดือนมืด.....ท้องฟ้าจึงไร้แสงสว่างจากดวงจันทร์.....
เสียงใสๆของกระดิ่งลมดังกังวาลตามแรงลมที่พัดให้ตัวกระดิ่งไหว........
ลมเริ่มพัดแรงขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกับกระแสอารมณ์ของเด็กหนุ่มที่กำลังคิดมากในตอนนี้
ยูคิมุระเคยสลับตัวกับซานาดะ......แล้วกลับเป็นเหมือนเดิมได้
ก็แค่ตื่นขึ้นมาอีกวันหนึ่งก็กลับเป็นเหมือนเดิมแล้ว....
แต่ทำไม ชั้นกับยางิวถึงทำไม่ได้ล่ะ.....
เพราะอะไร เพราะอะไรกันนะ
.
.
.
.
แสงสว่างของเช้าวันใหม่สาดเข้ามาในห้อง.... สว่างจ้าเสียจนต้องลืมตาตื่น
ยางิวพลิกตัวลุกขึ้นนั่ง...ทว่าๆที่ข้างๆตัวเขากลับไม่มีใคร.....จนแล้วจนรอดเมื่อคืนนายก็ไม่ได้มานอนข้างๆนี่สินะนิโอคุง
.
.
.
หลังจากที่ใช้เวลาอยู่นานในการอุ้มร่างของตัวเองขึ้นมาบนเตียงยางิวก็ทรุดตัวลงข้างๆเตียงคอยเฝ้าเจ้าตัวแสบที่จ๋อยสนิทเพราะไม่สบาย
"38.9 องศา ....ใครเค้าใช้ให้นายไปนอนตากลมแรงๆอยู่ตรงระเบียงไม่ทราบ ไข้สูงเลยนะนายน่ะ" เสียงดุๆตำหนิคนป่วยที่กำลังนอนซม
" ก็...เมื่อคืนมันเผลอหลับไปนี่นา" เสียงคนป่วยตอบอู้อี้เพราะเริ่มเป็นหวัด
" ถ้านายจะไม่ห่วงตัวเองก็ห่วงร่างกายชั้นบ้างสินิโอคุง ลืมไปเหรอว่าเราสลับร่างกันอยู่"
".........ขอโทษ..... "
เจ้าตัวกวนตอบเสียงหงอย หายใจหอบเพราะพิษไข้
" ข้อตกลงระหว่างยางิว ฮิโรชิ กับ นิโอ มาซาฮารุ ข้อที่ 285 นิโอ มาซาฮารุ ต้องดูแลตัวเองให้มากกว่านี้ "
" ไปอยู่ไกลๆ เลยไป...เดี๋ยวก็ติดไข้หรอก " เสียงคนป่วยพูดเหมือนประชด....ถึงแม้ว่าจริงๆแล้วเขาจะอยากให้อีกฝ่ายอยู่ใกล้ๆไม่ห่างก็ตามที
เหมือนกับว่ายางิวจะรู้ความจริงที่ว่านี้.....การทำเป็นเหมือนว่าประชดของนิโอคุง มันก็หมายความถึงการออดอ้อนนั่นแหละ
..........
" เอ้านี่.... ยาลดไข้ กินซะ... แล้วนี่ก็น้ำ...." ยางิววางทุกอย่างเอาไว้บนโต๊ะข้างๆเตียงนอน ทว่าเจ้าคนป่วยที่นอนอยู่บนเตียงก็ยังนิ่งเฉยทำเป็นเหมือนไม่ได้ยิน.....
" ไม่ได้ยินเหรอไง...."
" กินเองไม่ได้...."
" นิโอคุง.....ทำแบบนี้อีกแล้วนะ...."
" ก็....ชั้นอยากให้ยางิวป้อนให้นี่นา...นะ..........ปุริ๊ ? "
" นายอายุเท่าไหร่แล้วนิโอคุง...... กะอีแค่ยาเนี่ยกินเองไม่ได้เลยเหรอ "
" ก็บอกแล้วว่าชั้นกินเองไม่ได้อะ...."
น้ำเสียงอ้อนๆ แบบนี้.....ทำให้ใจอ่อนได้ทุกที ยางิวจึงต้องจำใจส่งยาลดไข้เม็ดนั้นเข้าปากคนป่วยจอมกะล่อนกับมือ
" ขอน้ำด้วย......"
" รู้แล้วน่า...... เร่งมากๆเดี๋ยวก็จับกรอกปากซะหรอก " ถึงจะพูดไปแบบนั้น แต่ก็ค่อยๆประคองถ้วยกาแฟให้อีกฝ่ายค่อยๆดื่มน้ำอุ่นตามไปอย่างช้าๆ
.
.
.
..
...
" ขยับไปสิหน่อย นิโอคุง "
โดยไม่รอให้อีกฝ่ายตอบอะไร ยางิวออกแรงผลักคนตรงหน้าให้เลื่อนตัวไปอีกด้านหนึ่งของเตียง ก่อนจะซุกตัวลงใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน... เอื้อมแขนไปโอบตัวคนข้างๆเอาไว้
" นายคงไม่รู้สึกแปลกหรอกนะ ..... นอนกอดกับตัวเองแบบนี้น่ะ..... อ้อ บอกไว้ก่อนว่าอย่าเข้าใจผิด... ชั้นก็แค่เป็นห่วงร่างกายของตัวเอง ... ถ้าแบบนี้คงจะทำให้อุ่นขึ้นล่ะมั้ง.."
" ยางิว.....ชั้นบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าให้ไปอยู่ไกลๆ เดี๋ยวก็ติดไข้จากชั้นหรอก"
" ช่างปะไร ถ้าจะติดมันก็ร่างกายนายไม่ใช่ร่างกายชั้นนี่........"
ยางิวพูดจบก็ชิงหลับตาทำเป็นแกล้งหลับเสียก่อนจะต้องต่อล้อต่อเถียงกับจอมกะล่อนมากกว่านี้ แต่เพราะว่าไม่ได้หลับไปจริงๆ เลยทำให้รู้สึกว่า....อีกฝ่ายกำลังจูบขอบคุณเบาๆที่ข้างแก้ม...
.
.
.
.
วันนั้น .....ที่โรงเรียนก็มีการถกเถียงกันขึ้นในห้องของชมรม...
" นี่ๆ แจคกัล..... สองคนนั้นวันนี้ขาดเรียนเหรอ " เด็กหนุ่มผมแดงถามคู่หูที่กำลังเดินออกจากห้องเรียนเพื่อไปซ้อมตอนเย็นตามปกติ
" คงงั้นล่ะมั้ง ไม่เห็นตั้งแต่เช้าแล้ว... สงสัยไม่สบาย"
" ทั้งคู่เลยรึไงนะ พวกรุ่นพี่ยางิวเนี่ย " เสียงบ่นพึมพำดังนั้นด้านหลัง ทำเอาทั้งบุนตะและแจคกัลหันกลับไปมองด้านหลัง ก็พบเจ้ารุ่นน้องผมหยักศกเดินตามมาติดๆ
" อ่าว ....คิริฮาระคุง มาตั้งแต่เมื่อไหร่... นี่เลิกเรียนแล้วเหรอ ทำไมเร็วนักล่ะ ไม่ต้องอยู่เรียนเสริมวิชาอังกฤษหรอกเหรอนายน่ะ "
" อย่าล้อกันเล่นแบบนี้สิครับรุ่นพี่มารุอิ -*- "
" อืม.....คิดว่าไม่น่าจะป่วยพร้อมกันหรอกนะ แต่ถ้าใครคนใดคนนึงป่วย ก็เท่ากับว่าขาดสองคนนั่นแหละ.... สองคนนั้นเค้าเทคแคร์กันดีจะตาย เนอะ บุนตะ "
" แล้วนายจะมาถามชั้นทำไมเล่าแจคกัล..."
" อิจฉาอะดิ..."
" บ้าเรอะ"... บุนตะว่าพลางซัดหมัดลงกลางหัวโป๊งเหน่งของคู่หูให้เต็มรัก....
ทำเอาแจคกัลต้องยกมือขึ้นมาลูบหัวตัวเองป้อยๆ ล้อเล่นแค่นี้เองรุนแรงชะมัด...
.
.
.
จากนั้นไม่นานนัก.....กัปตันยูคิมุระก็ทำให้ทุกคนประหลาดใจโดยการบอกว่าวันนี้งดซ้อม..... ร้อยวันพันปี ..... จอมมาร เอ้ย ..... ปีศาจ...เอ้ย.... รุ่นพี่ทั้งสามจะยอมให้ลูกทีมหยุดซ้อมได้แบบนี้....
จะบอกว่าดีใจหรือ....ก็เรียกไม่ได้เต็มปากหรอกสำหรับ อาคายะ คิริฮาระคนนี้...... ตัวเขาเองก็ไม่ได้เป็นคนที่ขี้เกียจซ้อมหรืออะไร ตรงกันข้าม.....การซ้อมหนักทุกๆวันอย่างที่ทำนี้ มันก็ดีกว่าจับเขาไปนั่งท่องศัพท์ภาษาอังกฤษ หรือผันกริยาสามช่อง มากมายหลายเท่าตัวนัก
สำหรับเหตุผลที่งดซ้อมวันนี้เหรอ .... ใครจะไปรู้ล่ะ
.......
หลังจากกัปตันยูคิมุระกลับไปแล้ว....(รู้สึกว่ารองกัปตันซานาดะจะเดินไปส่งด้วยตัวเอง)
จู่ๆรุ่นพี่ยานางิก็มาบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย....
นี่ก็หนึ่งในความคาดไม่ถึงอีกอย่าง...... ร้อยวันพันปีเขาไม่เคยคิดว่ารุ่นพี่คนที่เหมือนจะนอนหลับอยู่ได้ตลอดเวลาอย่างรุ่นพี่ยานางิจะมีอะไรอยากพูดเป็นพิเศษกับเขา...
แต่ก็หายแปลกใจเมื่อรุ่นพี่ยานางิส่งกระดาษปึกหนาๆ ปึกหนึ่งให้.....เมื่อพลิกดูก็หายสงสัยทันที และหายสงสัยยิ่งกว่าเมื่อรุ่นพี่ยานางิบอกที่มาที่ไป
" เอ้านี่....... เห็นเซย์อิจิบอกว่าปีสองจะสอบ... นี่เป็นสรุปข้อสอบที่ชั้นรวบรวมเอาไว้ตอนสมัยเรียนปี2น่ะ"
" แล้วรุ่นพี่เอามาให้ผมทำไมครับ"
" ท่องให้ได้หมดนี่นายก็สอบผ่านเองแหละ สำหรับไวยากรณ์ไม่เข้าใจตรงไหนก็มาถามแล้วกัน ชั้นยินดีช่วยเสมอ "
" แล้วทำไมจู่ๆมาช่วยผมล่ะครับรุ่นพี่"
" ... ถ้าสมาชิกตัวจริงสอบตกแล้วต้องเรียนเสริมตอนเย็นจนไม่มีเวลามาซ้อม..... ก็คงแย่น่าดู .... อ้อ...จริงๆถ้านายไม่อยากเรียนกับชั้น จะไปเรียนกับเกนอิจิโร่ไม่ก็เซย์อิจิก็ได้นะ สองคนนั้นเค้าก็เต็มใจจะสอนให้เหมือนกัน"
ยานางิยิ้มให้รุ่นน้องเหมือนเดิม ทั้งๆที่ไม่ลืมตานั่นแหละ
...ใครจะรู้ว่า ก็เพราะยิ้มแบบนี้นี่แหละ สำหรับอาคายะแล้วทำให้รุ่นพี่ยานางิดูน่ากลัวหนักไปกว่าเก่าอีกหลายเท่า
แต่ต่อให้เรียนเสริมวิชาภาษาอังกฤษกับใคร....เขาก็ขอไม่เลือกหนึ่งในสามคนนี้จะดีกว่า.....
ยอมไปเรียนกับรุ่นพี่แจคกัล ไม่ก็รุ่นพี่มารุอิ...จะดีกว่าด้วยซ้ำ ถึงสองคนนั้นจะชอบล้อเลียนเรื่องที่เขาหัวช้าก็เถอะ
" เอ่อ... รุ่นพี่ยานางิครับ ? "
" มีอะไรรึ...."
" คือว่า....ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวกลับก่อนก็แล้วกันนะครับ"
" กลับดีๆล่ะ"
ยานางิยืนมองรุ่นน้องที่หอบกองชีทกองมหึมาเดินออกจากห้องชมรมไปอย่างเอ็นดู......คืนนี้เดี๋ยวนายก็ต้องโทรมาหาชั้นอยู่ดี อาคายะคุง
รับรองว่าอ่านเองไม่เข้าใจหรอก ชีทที่ให้ไปนั่นน่ะ ....คืนนี้โอกาสที่นายต้องโทรมาถามเป็น 100% หึหึ
.
.
.
.
ตื่นขึ้นมาอีกทีก็เป็นเวลาเย็นมากแล้ว
เห็นแสงสีส้มลอดเข้ามาจากท่างม่านหน้าทาง
ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มสดของยามเย็นเสียแล้ว
นี่พากันหลับทั้งคู่โดยไม่รู้ตัวมาถึงเวลานี้ได้ยังไงกันนะ.... ยางิวพลิกตัวไปมองเจ้าตัวกวนในร่างตัวเองที่ยังคงหลับอยู่ข้างๆ
"กำลังหลับสบายเชียวนะนายน่ะ...... ครั้งนี้จะไม่ปลุกก็ได้ ...." สุภาพบุรุษในร่างจอมกวนพึมพำเบาๆ ก่อนจะดันตัวลุกขึ้นจากที่นอน....แต่ก็ลุกขึ้นไม่ได้ดั่งใจ....รู้สึกว่าหัวมันหนักๆพิกล
ไม่สิ แบบนี้มันเรียกว่าปวดหัวมากจนหัวแทบระเบิดเลยต่างหาก
"... แย่ล่ะสิ".....
.
.
.
เรี่ยวแรงแม้จะลุกขึ้นไปหายากินแล้วนอนต่อก็ยังไม่มีเลยแม้แต่น้อย.....
ช่างเถอะ ยังไงชั้นก็แก้แค้นได้แล้วนี่ ในเมื่อนายทำร่างกายชั้นป่วยก่อน
ชั้นก็ทำร่างกายนายป่วยคืน ถือว่าแล้วๆ กันไปก็แล้วกันนะนิโอคุง...
เมื่อเป็นแบบนี้ ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจาก นอนต่อ.... อย่างเดียว..
.
.
.
.
หลับเป็นตายทั้งคู่ ไม่รู้ว่าเวลามันผ่านไปนานเท่าไหร่......
" เฮอะ...ทำตัวได้งี่เง่ากันทั้งคู่.."
เสียงคำรามอันคุ้นเคยทำให้คู่หูอันดับหนึ่งแห่งริคไคถึงกับลืมตาตื่นขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
เมื่อกวาดสายตาไปรอบๆห้องก็เจอซานาดะยืนทำหน้ายักษ์หน้ามารจ้องมาอยู่ ส่วนยูคิมุระนั้นนั่งอยู่ที่โต๊ะเขียนหนังสือ
" ตื่นแล้วเหรอ " ยูคิมุระยิ้มให้เหมือนกับทุกครั้ง ไม่ว่าจะกี่ครั้งๆ หรือกำลังอยู่ในสถานการณ์ไหน ยูคิมุระก็ยังคงยิ้มแบบเดียวๆกันมันทำให้เดาไม่ออกเลยว่า กัปตันทีมคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ในใจ
" พวกนายมาได้ยังไงน่ะ " นิโอลุกพรวดขึ้นมาประจันหน้ากับซานาดะ
".... เปิดประตูทุกแห่งทุกหนมามั้ง " ซานาดะประชดใส่เพราะหงุดหงิด
" จริงๆเซย์อิจิบอกว่าไม่ให้ปลุกพวกนาย แต่ชั้นคิดว่าถ้าต้องรอให้ไอ้พวกลิงอมโรคมันตื่นเอง คืนนี้คงได้ค้างที่นี่แน่ๆ"
" แล้วมีเรื่องอะไรเหรอถึงได้แห่กันมาที่นี่น่ะ " ยางิวถามด้วยเสียงแหบพร่าเพราะหวัดเล่นงาน
" ก็เรื่องของพวกนายนั่นแหละ " ซานาดะยังคงพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ก็แหงล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะยูคิมุระ เขาก็คงไม่มายุ่งเรื่องของคนอื่นแบบนี้หรอก
" แล้วหาทางกลับคืนร่างเดิมได้รึยังล่ะ ยางิวคุง นิโอคุง ..." ยูคิมุระหัวเราะเบาๆ
" .... นายก็เห็นแล้วยังจะมาถามอีก แค่ก แค่ก แค่ก " นิโอไอจนตัวสั่น ทำเอาแว่นที่ใส่อยู่ถึงกับเลื่อนหลุดลงมา
" นิโอ.....นายลองพูดคำว่า ปุริ๊ กับ ปิโยะ ซิ "
" ...ปุริ๊.....ปิโยะ ?" เจ้าตัวกวนในร่างสุภาพบุรุษพูดคำพูดติดปากตัวเองออกไปอย่างไม่ต้องคิดอะไรให้มากนัก แต่แค่นั้นก็ทำให้ยูคิมุระยิ้มราวกับว่าถูกใจเสียมากมาย
" น่ารักดี....."
" เซย์อิจิ...นาย........"
".... ไม่เอาน่าเกนอิจิโร่ ดูสิๆ ยางิวคุงพูดคำว่า ปุริ๊ กับปิโยะด้วยล่ะ สาบานว่าภาพแบบนี้หาดูไม่ได้ในอีก 100ปีข้างหน้าเลยนะ" ยูคิมุระลุกจากเก้าอี้ เดินไปตบบ่าซานาดะเบาๆ แค่นั้นก็ทำให้ซานาดะที่คิดจะบ่นต่อถึงกับเงียบไปในทันที
"... ยูคิมุระคุง มันสนุกมากเลยเหรอครับ.....เล่นแบบนี้น่ะ -*- "
" เอาน่า .... นายสองคนอย่าเครียดมากนักเลย เดี๋ยวก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมแหละ.....ถ้าใจตรงกันน่ะนะ"
" หมายความว่ายังไงเหรอครับยูคิมุระคุง "
".... อุ่บ....... ฮุๆ..."
"...เซย์อิจิ.... นาย......"
" เกนอิจิโรดูสิๆ นิโอ มาซาฮารุพูดคำว่า ครับ ยูคิมุระคุง กับชั้นด้วยแหละ "
"นายมัวแต่มาเล่นๆแบบนี้แล้วจะรู้เรื่องมั้ยเซย์อิจิ"
....
ยูคิมุระทำหน้าเหมือนไม่พอใจเล็กๆ.......ที่โดนซานาดะดุเอา.......
ปกติแล้วนอกจากซานาดะ...ก็ไม่มีใครเลยที่กล้าขัดกัปตันทีมคนนี้ไม่ว่าจะเรื่องไหนก็ตาม....
กัปตันทีมริคไคมีสีหน้าครุ่นคิดเล็กน้อย จากเดิมที่เอาแต่ยิ้มกลบอารมณ์ทุกอย่างตลอดเวลา.....
มันอาจจะจริงอย่างที่เกนอิจิโรว่าก็ได้นะ .....
การที่ชั้นมัวแต่เล่นอ้อมค้อมกันแบบนี้....เมื่อไหร่จะได้เรื่องได้ราวกันซักทีล่ะ
แต่มันก็ขึ้นอยู่กับพวกนายจริงๆแหละนะ นิโอ ยางิว.... ถ้าใจตรงกัน.....
แต่ว่านะ....ที่สองคนนี้สลับตัวกันถาวรแบบนี้ ออกจะสนุกไม่ใช่น้อยเลย ไม่อยากให้กลับร่างเลยจริงๆ
to be continue....
รูปประกอบ ดองอีกแล้วอะ ขอโต้ดด
ทั้งๆที่อยากวาดยูคิมุระแกล้งนิโอกับยางิวแล้วซานาดะหึงอยู่แท้ๆ
ฮ่ะๆๆ
ไปนอนก่อนนะโอย เพิ่งกลับมา ง่วงจริงๆ
บ๊ายบาย และฝันดีนะค้าบ
ปล. ขอบคุณที่มาอ่านกันค้าบ
ปปล. เรื่องนี้มี Side story เยอะมาก เพราะจริงๆแล้วตัวจริงริคไคเคยสลับร่างกันหมดยกเว้น28
ปปปล. ดังนั้นตอนหน้าเป็น side story ของเรนจิกับอาคายัน นะจ๊ะ